ฎีกา ปี พ.ศ. 2535 แพ่ง

ฎีกาที่ 3499/2535

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ตามคำร้องขอถอนคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ครั้งก่อน ผู้ร้องแถลงว่าศาลนัดสืบพยานประเด็นผู้ร้องที่ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี แต่เมื่อถึงวันนัด ทนายโจทก์และทนายผู้ร้องต่างก็ไปที่ศาลจังหวัดสุพรรณบุรีปรากฏว่าศาลจังหวัดสุพรรณบุรีแจ้งว่าศาลเจ้าของสำนวนไม่ได้ส่งประเด็นไปจึงไม่สามารถทำการสืบพยานประเด็นผู้ร้องได้ เมื่อกรณีเป็นเช่นนี้ ผู้ร้องจึงไม่ประสงค์ที่จะดำเนินคดีขอเฉลี่ยทรัพย์อีกต่อไป จึงขอถอนคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ของผู้ร้องเสีย ตามคำร้องดังกล่าวไม่มีข้อความชัดแจ้งหรืออาจแปลได้ว่าผู้ร้องสละสิทธิที่จะขอเฉลี่ยทรัพย์ในมูลกรณีเดียวกันนั้นอีกในภายหลัง การขอถอนคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ครั้งก่อนย่อมไม่ทำให้อำนาจที่จะยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ของผู้ร้องหมดไป ผู้ร้องจึงมีอำนาจยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ได้อีก

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองไม่ชำระโจทก์ขอให้ศาลออกหมายบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 62963 ของจำเลยที่ 1 เพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์ผู้ร้องยื่นคำร้องลงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2532 ว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ของจำเลยตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นในคดีหมายเลขแดงที่2404/2532 จำเลยไม่มีทรัพย์สินอื่นใดนอกจากที่ดินที่โจทก์นำยึดขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวโจทก์คัดค้านว่า หนี้ตามคำพิพากษาของผู้ร้องเกิดขึ้นโดยการสมยอม ไม่มีมูลหนี้จริง ขอให้ยกคำร้องวันที่ 5 กรกฎาคม 2533 ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องไม่ประสงค์ที่จะดำเนินคดีขอเฉลี่ยทรัพย์อีกต่อไป ขอถอนคำร้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต จำหน่ายคดีออกจากสารบบความวันที่ 7 สิงหาคม 2533 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินที่โจทก์นำยึดอีกโดยอ้างเหตุเช่นเดียวกับคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ครั้งก่อนโจทก์คัดค้านว่า ผู้ร้องเคยยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ได้ขอถอนคำร้องเนื่องจากไม่ประสงค์จะดำเนินคดีขอเฉลี่ยทรัพย์อีกต่อไป เท่ากับผู้ร้องสละสิทธิของผู้ร้องไปแล้วจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์อีก ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งหรือคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่าผู้ร้องมีอำนาจยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ได้อีกหรือไม่พิเคราะห์แล้ว ตามคำร้องขอถอนคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ครั้งก่อนผู้ร้องแถลงว่า ศาลนัดสืบพยานประเด็นผู้ร้องที่ศาลจังหวัดสุพรรณบุรีเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2533 แต่เมื่อถึงวันนัดทนายโจทก์และทนายผู้ร้องต่างก็ไปที่ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ปรากฏว่าศาลจังหวัดสุพรรณบุรีแจ้งว่าศาลเจ้าของสำนวนไม่ได้ส่งประเด็นไป จึงไม่สามารถทำการสืบพยานประเด็นผู้ร้องได้ เมื่อกรณีเป็นเช่นนี้ผู้ร้องจึงไม่ประสงค์ที่จะดำเนินคดีขอเฉลี่ยทรัพย์อีกต่อไป จึงขอถอนคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ของผู้ร้องเสีย เห็นว่า ตามคำร้องขอถอนคำร้องดังกล่าวไม่มีข้อความชัดแจ้งหรืออาจแปลได้ว่าผู้ร้องสละสิทธิที่จะขอเฉลี่ยทรัพย์ในมูลกรณีเดียวกันนั้นอีกในภายหลัง การขอถอนคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ครั้งก่อน ย่อมไม่ทำให้อำนาจที่จะยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ของผู้ร้องหมดไป ผู้ร้องจึงมีอำนาจยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ได้อีก คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว"พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาย สุรศักดิ์ วิริยะไกรกุล
ผู้ร้อง - พระครู ปัญญา โพธิ คุณ
จำเลย - นาย เชาว์ ชัยพฤกษ รักษา กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 176, ม. 290
องค์คณะ
อัครวิทย์ สุมาวงศ์
เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์
สมศักดิ์ วิธุรัติ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา