ฎีกา ปี พ.ศ. 2539

ฎีกาที่ 3502/2539

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

จำเลยแปรรูปไม้ในบริเวณบ้านของจำเลยส่วนที่เป็นเพิงหลังบ้าน พนักงานเจ้าหน้าที่ยึดได้ไม้สักแปรรูปจำนวน 139 แผ่นปริมาตร 0.129 ลูกบาศก์เมตร บานหน้าต่างไม้สัก 60 บานและบานประตูไม้สัก 4 บาน เครื่องมือเครื่องใช้ในการแปรรูปไม้และทำสิ่งประดิษฐ์ โดยเฉพาะพบแท่นซอยและแท่นเจาะติดตั้งไว้กับพื้นรวมทั้งอุปกรณ์อื่น ๆ อีกหลายรายการกับพบร่องรอย ขี้เลื่อยขี้กบทั้งเก่าและใหม่ในบริเวณบ้านด้วย แสดงว่าเป็นสถานที่จัดขึ้นไว้เป็นที่ทำการแปรรูปไม้โดยเฉพาะ จึงเป็นโรงงานแปรรูปไม้ตามบทนิยามในพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484มาตรา 4(13) จำเลยตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยมิได้รับอนุญาตจึงมีความผิดตามมาตรา 78,73

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า ภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ จำเลยตั้งโรงงานแปรรูปไม้ขึ้น ณ บ้านเลขที่ 35/2 หมู่ที่ 2 ตำบลหนองปลิงอำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร โดยใช้เครื่องมือเครื่องจักรกล คือแท่นซอยไม้ติดตั้งด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 1.55 แรงม้า และ 2.36 แรงม้า รวม 2 เครื่องแท่นเจาะไม้ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 0.5 แรงม้า จำนวน1 เครื่องเลื่อนยกจำนวน 2 ปื้น ทำการเลื่อยผ่าไม้ให้เปลี่ยนรูปและขนาดไปจากเดิม และจำเลยได้ทำการแปรรูปไม้สักซึ่งเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. โดยเลื่อยออกเป็นแผ่นรวมจำนวน139 แผ่นปริมาตร 0.129 ลูกบาศก์เมตร อันเป็นการทำให้ไม้เปลี่ยนรูปและขนาดไปจากเดิม เพื่อการค้าภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานและไม่มีเหตุอันได้รับการยกเว้นตามกฎหมาย และจำเลยมีไม้แปรรูปตามจำนวนและปริมาตรดังกล่าวไว้ในครอบครองเพื่อการค้า นอกจากนี้จำเลยมีไว้ในความครอบครองเพื่อการค้าซึ่งบานหน้าต่างจำนวน60 บาน บานประตูจำนวน 4 บาน ซึ่งทำด้วยไม้สัก ภายในเขตควบคุมสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้หรือสิ่งอันใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามเกินปริมาณกว่าที่รัฐมนตรีกำหนดโดยไม่ได้รับอนุญาตขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 4, 7,48, 50, 53, 53 ทวิ, 53 ตรี, 73, 73 ทวิ, 74, 74 ทวิ,74 จัตวา ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ริบของกลางและจ่ายสินบนตำจับแก่ผู้นำจับตามกฎหมายจำเลยให้การปฏิเสธข้อหาตั้งโรงงานแปรรูปไม้ และให้การรับสารภาพข้อหาแปรรูปไม้ มีไม้แปรรูป และมีสิ่งประดิษฐ์ไว้ในครอบครองเพื่อการค้าศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 4, 7, 48, 50, 53 ทวิ, 53 ตรี, 73(ที่ถูกมาตรา 73 วรรคสอง (1)), 73 ตรี (ที่ถูก มาตรา 73 ทวิ),74 จัตวา ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ลงโทษฐานตั้งโรงงานแปรรูปไม้จำคุก 2 ปี ฐานแปรรูปไม้จำคุก 1 ปีฐานมีไม้แปรรูปจำคุก 1 ปี ฐานมีสิ่งประดิษฐ์ไว้ในครอบครองเพื่อการค้าจำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพในความผิดฐานแปรรูปไม้ มีไม้แปรรูป มีสิ่งประดิษฐ์ไว้ในครอบครองเพื่อการค้า เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงลงโทษฐานแปรรูปไม้จำคุก6 เดือน ฐานมีไม้แปรรูปจำคุก 6 เดือน ฐานมีสิ่งประดิษฐ์ไว้ในความครอบครองเพื่อการค้าจำคุก 3 เดือน รวมจำคุก3 ปี 3 เดือน ของกลางริบจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ลงโทษจำเลยฐานตั้งโรงงานแปรรูปไม้จำคุก 1 ปี เมื่อรวมโทษที่ศาลชั้นต้นกำหนดในความผิดฐานอื่นแล้วคงจำคุก 2 ปี 3 เดือนนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อที่จำเลยฎีกาว่า ข้อหาฐานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น จำเลยแปรรูปไม้จากไม้ที่แปรรูปไว้แล้วมิได้แปรรูปไว้เพื่อการค้า แต่แปรรูปไว้เพื่อประกอบสิ่งประดิษฐ์ประตูหน้าต่างเพื่อการค้าอีกต่อหนึ่งซึ่งมีบทบัญญัติความผิดไว้โดยเฉพาะแล้ว การกระทำของจำเลยจึงได้รับยกเว้นตามมาตรา 50(2) แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484ไม่เป็นความผิดนั้น เห็นว่า ข้อหาฐานความผิดดังกล่าวจำเลยมิได้อุทธรณ์ จึงเป็นที่สุดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยจะยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นฎีกาหาได้ไม่ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยคดีคงมีปัญหาวินิจฉัยต่อไปว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานตั้งโรงงานแปรรูปไม้ตามฟ้องหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า จำเลยมิได้ทำการแปรรูปไม้เป็นอาจิณ อีกทั้งเครื่องมือที่ใช้ในการแปรรูปไม้มีกำลังเพียงเล็กน้อยไม่พอถือได้ว่าจำเลยตั้งโรงงานแปรรูปไม้ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดนั้นเห็นว่า ตามมาตรา 4(13) แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 ให้นิยาม "โรงงานไม้แปรรูป" ไว้ว่าหมายความว่าโรงงานหรือสถานที่ใด ซึ่งจัดขึ้นไว้เป็นที่ทำการแปรรูปไม้รวมถึงบริเวณโรงงานหรือสถานที่นั้น ๆ ด้วย ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่โจทก์นำสืบประกอบคำรับสารภาพของจำเลยว่าจำเลยแปรรูปไม้ในบริเวณบ้านของจำเลยส่วนที่เป็นเพิงหลังบ้านวันเกิดเหตุพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางได้ไม้สักแปรรูปจำนวน 139 แผ่น ปริมาตร 0.129 ลูกบาศก์เมตรบานหน้าต่างไม้สัก 60 บาน และบานประตูไม้สัก 4 บานนอกนั้นเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ในการแปรรูปไม้และทำสิ่งประดิษฐ์ดังกล่าว โดยเฉพาะพบแท่นซอยและแท่นเจาะติดตั้งไว้กับพื้นรวมทั้งอุปกรณ์อื่น ๆ อีกหลายรายการตามฟ้อง กับพบร่องรอยขี้เลื่อยขี้กบทั้งเก่าและใหม่ในบริเวณที่เกิดเหตุด้วย แสดงว่าเป็นสถานที่จัดขึ้นไว้เป็นที่ทำการแปรรูปไม้โดยเฉพาะ จึงเป็นโรงงานแปรรูปไม้ตามความหมายแห่งบทนิยามดังกล่าวข้างต้น จำเลยตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงมีความผิดตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น"พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลยฐานตั้งโรงงานแปรรูปไม้ฐานแปรรูปไม้ ฐานมีไว้แปรรูปกระทงละ 10,000 บาท และฐานมีสิ่งประดิษฐ์ไว้ในครอบครองเพื่อการค้าปรับ 6,000 บาท ลดโทษฐานแปรรูปไม้ มีไม้แปรรูปและมีสิ่งประดิษฐ์ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายกึ่งหนึ่ง คงปรับฐานแปรรูปไม้ ฐานมีไม้แปรรูปกระทงละ 5,000 บาท และฐานมีสิ่งประดิษฐ์ไว้ในครอบครองเพื่อการค้าปรับ 3,000 บาท รวมปรับ 23,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30จ่ายสินบนนำจับแก่ผู้นำจับตามกฎหมาย นอกจากที่แก้ให้เป็นตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - อัยการ กำแพงเพชร
จำเลย - นาย ณ รงค์ ตะติยะ
กฎหมายที่อ้าง
พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 — ม. 4, ม. 48, ม. 73
องค์คณะ
ณรงค์ ตันติเตมิท
บุญธรรม อยู่พุก
ปรีชา บูรณะไทย

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา