ฎีกา ปี พ.ศ. 2529 อาญา
ฎีกาที่ 3553/2529
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ลูกระเบิดของกลางอยู่ในสภาพที่ใช้ทำการระเบิดไม่ได้เพราะชนวนถูกทำลายและวัตถุระเบิด ที.เอ็น.ที.ที่บรรจุอยู่ภายในถูกสำรอกออกหมดแล้วทั้งตัวเปลือกลูกระเบิดของกลางถูกตัดออกเป็นช่องสี่เหลี่ยม ดังนั้น ลูกระเบิดของกลางจึงไม่เป็นวัตถุระเบิด เมื่อลูกระเบิดของกลางไม่เป็นวัตถุระเบิดเสียแล้วย่อมไม่เป็นเครื่องกระสุนปืนด้วย.
ศาลอุทธรณ์พิพากษาข้อหาพาอาวุธปืนว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ และ 72 ทวิ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ซึ่งการกระทำของจำเลยในข้อหานี้เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทโดยมิได้ใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จำเลยนั้นไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาพิพากษาแก้ให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญาที่แก้ไขแล้ว มาตรา ๓๓๙, ๓๔๐ ตรีและ ๓๗๑ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ ที่แก้ไขแล้ว มาตรา ๔(๒),๗, ๘ ทวิ, ๕๕, ๗๒, ๗๒ ทวิ และ ๗๘ ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน ๖๐ บาท ให้แก่ผู้เสียหายริบอาวุธปืนและลูกระเบิดมือของกลาง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ และ ๓๙๑ ฐานมีอาวุธปืนและวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๔(๒), ๗, ๘ ทวิ, ๕๕, ๗๒, ๗๒ ทวิ และ ๗๘ อันเป็นความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักที่สุดตามมาตรา ๕๕ และ ๗๘ จำคุกฐานมีวัตถุระเบิด ๖ ปี ฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านซึ่งเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักที่สุดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๘ ทวิ ให้จำคุก ๒ ปี ปรับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๑ จำนวน ๑๕๐ บาท รวมเป็นโทษจำคุก ๘ ปี และปรับ ๑๕๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวน ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกไว้ ๕ ปี ๔ เดือน และปรับ ๑๐๐ บาท ริบอาวุธปืนและลูกระเบิดมือของกลาง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๑ ปรับ ๑๕๐ บาท ฐานมีอาวุธปืนตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗ และ ๗๒ จำคุก ๑ ปี ฐานพาอาวุธปืนตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๘ทวิและ ๗๒ ทวิ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ จำคุก ๑ ปี รวมโทษจำคุก ๒ ปี และปรับ ๑๕๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวน ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑ ปี ๔ เดือน และปรับ ๑๐๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ และ ๓๐ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า ลูกระเบิดของกลางเป็นเครื่องกระสุนปืนนั้นเห็นว่า ลูกระเบิดของกลางอยู่ในสภาพที่ใช้ทำการระเบิดไม่ได้เพราะขบวนถูกทำลายและวัตถุระเบิดที.เอ็ม.ที.ที่บรรจุอยู่ภายในถูกสำรอกออกหมดแล้วและตัวเปลือกลูกระเบิดของกลางถูกตัดออกเป็นช่องสี่เหลี่ยม ลูกระเบิดของกลางไม่เป็นวัตถุระเบิด ทั้งโจทก์ก็มิได้นำสืบให้เห็นหรือมีพฤติการณ์แวดล้อมว่าจำเลยจะใช้ลูกระเบิดของกลางทำเป็นวัตถุระเบิดอีกโดยทำการเปลี่ยนชนวนที่ใช้การได้ใหม่ นำวัตถุระเบิด ที.เอ็น.ที. มาประจุไว้ให้เต็มและใช้โลหะมาเชื่อมปิดช่องสี่เหลี่ยมนั้นเพื่อจะให้เกิดระเบิดแล้วจะมีอำนาจทำลายสังหารชีวิตมนุษย์ สัตว์ และทรัพย์สินได้แต่ประการใดดังนี้ศาลฎีกาจึงเห็นว่าเมื่อลูกระเบิดของกลางไม่เป็นวัตถุระเบิดเสียแล้ว ย่อมไม่เป็นเครื่องกระสุนปืนด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ข้อหาพาอาวุธปืนเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๘ ทวิ และ ๗๒ ทวิ และประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๗๑ โดยมิได้ใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จำเลยนั้นไม่ถูกต้องศาลฎีกาจึงแก้เสียให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ เพราะการกระทำของจำเลยในข้อหานี้อันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท
พิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับข้อหาความผิดฐานพาอาวุธปืนให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๘ ทวิ วรรคหนึ่ง และ ๗๒ ทวิวรรคสองซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด ลูกระเบิดมือของกลางไม่ริบ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ
จำเลย - นายสมนึก หรืออ่วม อยู่สงบ - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 90, ม. 371
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 195, ม. 225
พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 — ม. 4 (2) (3), ม. 8 ทวิ, ม. 72 ทวิ - องค์คณะ
- สุชาติ จิวะชาติ
เสรี แสงศิลป์
อำนวย เปล่งวิทยา - ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
- ศาลอาญา - นายยงยุทธ ธารีสาร
ศาลอุทธรณ์ - นายไมตรี กลั่นนุกรักษ์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา