ฎีกา ปี พ.ศ. 2542

ฎีกาที่ 3563/2542

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 19 ประกอบด้วยมาตรา 24ศาลภาษีอากรย่อมมีอำนาจขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ได้ตามความจำเป็นและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม สำนวนคดีนี้มิได้มีถ้อยคำสำนวนมากมายและสลับซับซ้อนเป็นพิเศษและจำเลยยังมีเวลา 15 วัน กว่าจะครบกำหนดยื่นอุทธรณ์ ทั้งคดีนี้จำเลยไม่สืบพยานจึงไม่มีเอกสารจำนวนมากจนถึงกับจะเป็นเหตุให้ทนายจำเลยตรวจและทำคำฟ้องอุทธรณ์ไม่ทันภายในเวลาตามที่กฎหมายกำหนดไว้ กรณียังถือไม่ได้ว่ามีความจำเป็นและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมที่ศาลภาษีอากรจะมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยขยายระยะยื่นอุทธรณ์

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระภาษีธุรกิจเฉพาะจำนวน 1,276,605 บาท พร้อมด้วยเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของค่าภาษีอากรจำนวน 330,000 บาทนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน1,276,605 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยเงินเพิ่มอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของค่าภาษีจำนวน 240,000 บาท และ 90,000 บาทนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่เมื่อรวมกับเงินเพิ่มถึงวันฟ้องแล้วต้องไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องชำระ กับให้จำเลยชำระภาษีบำรุงเทศบาลในอัตราร้อยละ 10 ของเงินเพิ่มดังกล่าวโดยได้อ่านคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลางเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2542จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 9มีนาคม 2542 ต่อไปอีก 20 วันศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งว่า ไม่ใช่กรณีมีพฤติการณ์พิเศษยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ว่าที่ศาลภาษีอากรกลางยกคำร้องของจำเลยชอบหรือไม่พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 19 ประกอบด้วย มาตรา 24ศาลภาษีอากรกลางมีอำนาจขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ได้ตามความจำเป็นและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จำเลยอ้างในคำร้องว่าจำเลยมีความประสงค์จะอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น แต่เนื่องจากจำเลยเพิ่งได้รับสำเนาคำพิพากษาของศาลประกอบกับมีเอกสารเป็นจำนวนมาก จำเลยจึงไม่อาจทำคำอุทธรณ์ยื่นทันภายในกำหนดข้อเท็จจริงที่อ้างมานี้ ปรากฏว่าจำเลยยื่นคำแถลงขอถ่ายสำเนาคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลางเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2542 และศาลสั่งอนุญาตในวันนั้น มีบันทึกท้ายคำแถลงว่า "ถ่ายแล้ว"ลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2542 จำเลยยังมีเวลา 15 วัน กว่าจะครบกำหนดยื่นอุทธรณ์และเห็นว่าสำนวนคดีนี้มิได้มีถ้อยคำสำนวนมากมายและสลับซับซ้อนเป็นพิเศษ คดีนี้จำเลยไม่สืบพยาน ทั้งไม่มีเอกสารจำนวนมากจนถึงกับจะเป็นเหตุให้ทนายจำเลยตรวจและทำคำฟ้องอุทธรณ์ไม่ทันภายในเวลาตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ข้ออ้างดังกล่าวของจำเลยจึงยังถือไม่ได้ว่ามีความจำเป็นและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมตามนัยบทกฎหมายดังกล่าวพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - กรมสรรพากร
จำเลย - นางสาว จันทร์ เพ็ญ สาย เชื้อ ใน ฐานะ ผู้จัดการมรดก
จำเลย - ของ นาย ชุมพร สาย เชื้อ
กฎหมายที่อ้าง
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 — ม. 19, ม. 24
องค์คณะ
ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์
เหล็ก ไทรวิจิตร
เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา