ฎีกา ปี พ.ศ. 2534
ฎีกาที่ 3585/2534
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
โจทก์จดทะเบียนการค้าประเภทการค้า 12 ธนาคาร ชนิด 1 ไว้และทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้ากับธนาคาร ก. หลายครั้งหลายช่วงเวลาและการซื้อขายไม่มีการส่งมอบเงินตราต่างประเทศระหว่างกันหรือส่งเงินตราไปนอกราชอาณาจักร โจทก์มีรายรับอันเป็นกำไรจากการซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า เช่นนี้ถือได้ว่าโจทก์ประกอบกิจการเป็นปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ ในการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า โจทก์จึงต้องเสียภาษีการค้าจากกำไรอันเกิดจากการประกอบการค้าดังกล่าวตามบัญชีอัตราภาษีการค้าประเภทการค้า 12 ธนาคาร ชนิด 2.
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ที่ให้โจทก์เสียภาษีการค้าประเภท 12 ชนิด 2จำเลยทั้งสี่ให้การว่าการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบแล้วศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์จะต้องเสียภาษีการค้าตามบัญชีอัตราภาษีการค้า ประเภทการค้า 12 ธนาคาร ชนิด 2 หรือไม่ ข้อเท็จจริงที่ไม่โต้เถียงกันฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นบริษัทจำกัดและได้จดทะเบียนการค้าประเภทการค้า 12 ธนาคาร ชนิด 1 ไว้ เมื่อวันที่10 เมษายน 2528 โจทก์ได้กู้เงินจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาฮ่องกงจำนวน 28 ล้านฟรังก์สวิส และโจทก์ได้ทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้ากับธนาคารกรุงเทพ จำกัด สำนักงานใหญ่ การซื้อขายไม่มีการส่งมอบเงินตราต่างประเทศระหว่างกันหรือส่งเงินตราไปนอกราชอาณาจักร โจทก์มีรายรับอันเป็นกำไรจากการซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าในปี 2528 เป็นเงิน 28,061,419.02 บาทในปี 2529 เป็นเงิน 808,687.80 บาท เห็นว่า การที่โจทก์ทำการซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้ากับธนาคารหลายครั้งหลายช่วงเวลาเช่น ตามเอกสารหมาย จ.15 และ จ.16 ประกอบกับโจทก์ได้จดทะเบียนการค้าประเภทการค้า 12 ธนาคาร ชนิด 1 ตามเอกสารหมาย ล.8 แผ่นที่ 67เช่นนี้ ถือได้ว่า โจทก์ประกอบกิจการเป็นปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ในการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า โจทก์จึงมีหน้าที่เสียภาษีการค้าจากกำไรอันเกิดจากการประกอบการค้าดังกล่าวตามบัญชีอัตราภาษีการค้า ประเภทการค้า 12 ธนาคาร ชนิด 2ที่โจทก์อ้างในอุทธรณ์ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ให้ผู้ประกอบธุรกิจที่มีภาระผูกพันจะต้องจ่ายเงินตราต่างประเทศชำระหนี้ สามารถซื้อเงินตราต่างประเทศไว้ล่วงหน้าได้ โจทก์จึงไม่ต้องเสียภาษีการค้านั้นเห็นว่า แถลงการณ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยฉบับดังกล่าวเป็นเรื่องเกี่ยวกับการควบคุมเงินตราต่างประเทศที่ให้ผู้ประกอบธุรกิจที่มีภาระผูกพันที่จะต้องจ่ายเงินตราต่างประเทศเป็นเงินสกุลดอลล่าร์สหรัฐอเมริกา สามารถซื้อเงินดอลล่าร์สหรัฐอเมริกาล่วงหน้าและชำระด้วยเงินสกุลอื่นนอกเหนือจากเงินบาทได้เท่านั้น หามีผลทำให้หน้าที่ในการเสียภาษีการค้าดังที่บัญญัติไว้ในประมวลรัษฎากรเปลี่ยนแปลงไปไม่..."พิพากษายืน.
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - บริษัท จตุรัตน์ จำกัด
จำเลย - กรมสรรพากร กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลรัษฎากร — ม. 78, ม. 79
- องค์คณะ
- ตัน เวทไว
ก้าน อันนานนท์
อุดม เฟื่องฟุ้ง
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา