ฎีกา ปี พ.ศ. 2540 อาญา

ฎีกาที่ 3595/2540

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

แม้โจทก์จะได้บรรยายฟ้องและระบุอ้างความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 74 ทวิ มาท้ายฟ้องด้วยก็ตาม แต่ในส่วนคำขอท้ายฟ้องนั้น โจทก์ระบุไว้เพียงว่าขอให้ริบเฉพาะไม้แปรรูปของกลาง โจทก์หาได้ขอให้ริบเครื่องมือเครื่องใช้ในการแปรรูปไม้ของกลางทั้งหมดมาโดยชัดแจ้งไม่ ดังนั้น ศาลจึงริบได้เฉพาะไม้แปรรูปของกลางตามคำขอท้ายฟ้องเท่านั้น ส่วนของกลางอื่นนอกจากนี้ศาลไม่อาจริบได้เพราะจะเกินคำขอ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192วรรคหนึ่ง แม้เครื่องมือเครื่องใช้ในการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 74 ทวิ จะเป็นทรัพย์ที่กฎหมายบัญญัติให้ริบโดยเด็ดขาด แต่โจทก์ก็ต้องมีคำขอให้ริบมาด้วย มิฉะนั้นศาลก็ไม่อาจสั่งให้ริบของกลางได้ เพราะจะเป็นการพิพากษาเกินคำขอขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192วรรคหนึ่ง

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484มาตรา 4, 7, 48, 73, 74, 74 ทวิ, 74 จัตวา ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 83,91 ริบไม้พลวงแปรรูปของกลาง และจ่ายเงินสินบนนำจับให้แก่ผู้นำจับตามกฎหมายจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 48 วรรคหนึ่ง, 73 วรรคหนึ่ง ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานแปรรูปไม้จำคุกคนละ 6 เดือน และปรับคนละ6,000 บาท ฐานมีไม้แปรรูป จำคุกคนละ 6 เดือน และปรับคนละ 6,000 บาท รวมจำคุกคนละ 1 ปี และปรับคนละ 12,000 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุกคนละ 6 เดือน และปรับคนละ 6,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลางและจ่ายเงินสินบนนำจับให้แก่ผู้นำจับตามกฎหมายโจทก์อุทธรณ์ขอให้ไม่รอการลงโทษศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษให้จำเลยทั้งสอง และไม่ปรับ ส่วนของกลางให้ริบเฉพาะไม้พลวงแปรรูป นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาว่า คำฟ้องของโจทก์ข้อ 3 ระบุว่า เจ้าพนักงานยึดไม้แปรรูปของกลางกับยึดเลื่อยอก 2 ปื้น เลื่อยตัด 1 ปื้น ค้อน 1 อัน ปรอทวัดไม้ 1 อันฉาก 1 อัน คีมตัดลวด 1 อัน และตะไบเลื่อย 1 อัน ซึ่งเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้แปรรูปไม้เป็นของกลาง ถือได้ว่าโจทก์กล่าวในฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่งแล้ว และกรณีนี้ไม่ใช่เรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษเพราะโจทก์ได้อ้างมาตรา 74 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484อันเป็นบทริบทรัพย์ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ฯ มาในคำขอท้ายฟ้องของโจทก์แล้ว ศาลจึงชอบที่จะริบของกลางทั้งหมดได้นั้น เห็นว่า แม้โจทก์จะได้บรรยายฟ้องและระบุอ้างมาตรา 74 ทวิ มาท้ายฟ้องด้วยก็ตาม แต่ในส่วนคำขอท้ายฟ้องนั้น โจทก์ระบุไว้เพียงว่าขอให้ริบเฉพาะไม้แปรรูปของกลาง โจทก์หาได้ขอให้ริบของกลางทั้งหมดมาโดยชัดแจ้งไม่ดังนั้น ศาลจึงริบได้เฉพาะไม้แปรรูปของกลางตามคำขอท้ายฟ้องเท่านั้น ส่วนของกลางอื่นนอกจากนี้ศาลไม่อาจริบได้เพราะจะเกินคำขอต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่งส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า ของกลางอื่นนอกจากไม้แปรรูปนั้น ถือได้ว่าเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิด เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิดตามมาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ซึ่งมาตรา 74 ทวิ บัญญัติให้ริบเสียทั้งสิ้นไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่ นั้น เห็นว่า แม้เป็นทรัพย์ที่กฎหมายบัญญัติให้ริบโดยเด็ดขาด แต่โจทก์ก็ต้องมีคำขอให้ริบมาด้วย มิฉะนั้นศาลก็ไม่อาจสั่งให้ริบของกลางได้ เพราะจะเป็นการพิพากษาเกินคำขอ ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่ง เช่นเดียวกันที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาให้ริบของกลางเฉพาะไม้พลวงแปรรูปเท่านั้น เป็นการถูกต้องแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้นอนึ่ง ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 74 จัตวา บัญญัติให้ศาลมีอำนาจพิพากษาให้จ่ายเงินสินบนนำจับแก่ผู้นำจับเป็นจำนวนเงินไม่เกินกึ่งหนึ่งของจำนวนเงินค่าปรับตามคำพิพากษา โดยจ่ายจากเงินค่าปรับที่ชำระต่อศาล คดีนี้เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่าไม่ลงโทษปรับจำเลยแล้ว จึงย่อมไม่อาจจ่ายเงินสินบนนำจับแก่ผู้นำจับได้ แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มิได้พิพากษาแก้ในส่วนที่เกี่ยวกับการจ่ายเงินสินบนนำจับด้วย จึงไม่ถูกต้อง และปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาเห็นสมควรหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้"พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่จ่ายเงินสินบนนำจับแก่ผู้นำจับ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุทัยธานี
จำเลย - นาย จำรัส อินรัสมี กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 32, ม. 33
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 192
พระราชบัญญัติป่าไม้ — ม. 74 ทวิ
องค์คณะ
สถิตย์ ไพเราะ
ม.ล.เฉลิมชัย เกษมสันต์
จุมพล ณ สงขลา

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา