ฎีกา ปี พ.ศ. 2542 แพ่ง

ฎีกาที่ 3602/2542

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

การที่จำเลยจะยื่นคำร้องขออนุญาตระบุพยานเพิ่มเติมภายหลังจากพ้นกำหนดระยะเวลายื่นบัญชีระบุพยานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรคหนึ่งหรือวรรคสองแล้ว จำเลยจะต้องแสดงถึงเหตุอันสมควรให้ฟังได้ว่าจำเลยไม่สามารถทราบได้ว่า ต้องนำพยานหลักฐานบางอย่างมาสืบเพื่อประโยชน์ของตนหรือไม่ทราบว่าพยานหลักฐานบางอย่างได้มีอยู่หรือมีเหตุอันสมควรอื่นใดไว้ในคำร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรคสี่ แต่ตามคำร้องขอระบุพยานเพิ่มเติมของจำเลยระบุเพียงว่าจำเลยเพิ่งได้พบกับพยานเท่านั้น ยังไม่อาจถือได้ว่าจำเลยได้แสดงเหตุอันสมควรที่จำเลยไม่สามารถทราบได้ว่าต้องนำพยานที่จำเลยขออ้างเพิ่มเติมนั้นมาสืบ หรือไม่ทราบว่าพยานนั้นได้มีอยู่หรือมีเหตุอันสมควรอื่นใด ที่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องดังกล่าวของจำเลยจึงชอบแล้ว

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 1637 ห้ามเกี่ยวข้อง ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 27,000 บาท และค่าเสียหายอีกเดือนละ4,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดินดังกล่าวจำเลยให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยกับบริวาร ให้รื้อถอนบ้านเลขที่ 100/1 ตรอกสุเหร่าจักรพงษ์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 1637 ตำบลชนะสงคราม อำเภอชนะสงคราม (ในพระนคร) กรุงเทพมหานคร และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 1,800 บาท และค่าเสียหายอีกเดือนละ 400 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปให้แก่โจทก์จนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดินจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามฎีกาของจำเลยมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยเฉพาะในปัญหาข้อกฎหมายเพียงข้อเดียวว่าการที่ศาลไม่อนุญาตให้จำเลยระบุพยานเพิ่มเติมภายหลังจากที่โจทก์สืบพยานเสร็จและจำเลยได้สืบพยานของจำเลยไปสามปากแล้วนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยยื่นคำร้องขอระบุพยานเพิ่มเติมในระยะเวลาดังกล่าวจำเลยจะต้องแสดงถึงเหตุอันสมควรให้ฟังได้ว่าจำเลยไม่สามารถทราบได้ว่าต้องนำพยานหลักฐานบางอย่างมาสืบเพื่อประโยชน์ของตนหรือไม่ทราบว่าพยานหลักฐานได้มีอยู่หรือมีเหตุอันสมควรอื่นใดไว้ในคำร้องตามนัย แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรคสี่ แต่ตามคำร้องขอระบุพยานเพิ่มเติมของจำเลยระบุเพียงว่า จำเลยเพิ่งได้พบกับพยานเท่านั้น ยังไม่อาจถือได้ว่าจำเลยได้แสดงเหตุอันสมควรที่จำเลยไม่สามารถทราบได้ว่าต้องนำพยานที่จำเลยขออ้างเพิ่มเติมนั้นมาสืบ หรือไม่ทราบว่าพยานนั้นได้มีอยู่ หรือมีเหตุอันสมควรอื่นใด กรณีจึงไม่มีเหตุอันสมควรอนุญาตให้จำเลยอ้างพยานเพิ่มเติมได้ ฉะนั้นที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลยดังกล่าว จึงชอบแล้วพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นายสมมาตย์ กุลยานนท์
จำเลย - นางเกษร นันทศิลป์
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 88 วรรคสี่
องค์คณะ
ไพศาล เจริญวุฒิ
อธิราช มณีภาค
พินิจ เพชรรุ่ง

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา