ฎีกา ปี พ.ศ. 2529 แพ่ง

ฎีกาที่ 3607/2529

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

การร้องขอให้บังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา271 เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ของการบังคับคดีให้ครบถ้วนภายในกำหนด 10 ปี คือ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี ขั้นต่อไปต้องให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบว่าศาลได้ออกหมายบังคับคดีแล้วจากนั้นเจ้าหนี้ต้องแถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีขอให้ยึดทรัพย์ของลูกหนี้ตามคำแถลงการที่ผู้ร้องเพียงแต่ขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีอย่างเดียวเท่านั้น โดยมิได้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปอีกจนพ้นกำหนดเวลา 10 ปีนับแต่วันมีคำพิพากษา ผู้ร้องจึงหมดสิทธิที่จะบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของจำเลยเพราะขาดอายุการบังคับคดีและผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องขอเฉลี่ยทรัพย์จากทรัพย์สินของจำเลยเพราะการขอเฉลี่ยทรัพย์เป็นการบังคับคดีอย่างหนึ่ง

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีนี้สืบเนื่องจากจำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ให้โจทก์ตามคำพิพากษาตามยอม โจทก์จึงขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลยที่ ๒ รวม ๕ รายการ เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดทรัพย์สินดังกล่าว
ต่อมาผู้ร้องร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยที่ ๒ อีกคดีหนึ่ง ขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยหนี้จากการขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยที่ ๒
โจทก์คัดค้าน ขอให้ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ของผู้ร้อง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ของผู้ร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าตามฎีกาของผู้ร้องมีว่า ผู้ร้องมีสิทธิร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ของจำเลยที่ ๒ ในคดีนี้หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗๑ บัญญัติว่า เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ชอบที่จะร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นได้ ภายในกำหนด ๑๐ ปี นับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นการร้องขอให้บังคับคดี ซึ่งต้องกระทำในกำหนด ๑๐ ปี ตามบทบัญญัติดังกล่าว เจ้าหนี้จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ของการบังคับคดีตามกฎหมายให้ครบถ้วนภายในกำหนด ๑๐ ปี คือ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี ขั้นต่อไปต้องให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบว่าศาลได้ออกหมายบังคับคดีแล้ว จากนั้นเจ้าหนี้ต้องแถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีขอให้ยึดทรัพย์ของลูกหนี้ตามคำแถลง ซึ่งมีคำพิพากษาฎีกาที่ ๔๘๑๖/๒๕๒๘ ระหว่าง ธนาคารกรุงเทพ จำกัด โจทก์ บริษัทประธานพัฒนโลหะจำกัด กับพวก จำเลย พิพากษาเป็นแบบอย่างไว้แล้ว หากหมายถึงแต่เพียงได้มีการร้องขอภายในกำหนด ๑๐ ปีแล้ว จะดำเนินการบังคับคดีอย่างไรต่อไป เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลา ๑๐ ปีก็ได้ ย่อมเป็นผลให้ลูกหนี้ถูกบังคับคดีไม่มีระยะเวลาสิ้นสุด ซึ่งไม่เป็นความประสงค์ของกฎหมาย การที่ผู้ร้องขอให้บังคับคดีโดยมิได้บังคับคดีแก่ทรัพย์สินของจำเลยที่ ๒ ในคดีที่ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้จนพ้นกำหนดเวลา ๑๐ ปี นับแต่วันมีคำพิพากษา ผู้ร้องจึงหมดสิทธิที่จะบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของจำเลยที่ ๒ เพราะขาดอายุความหรือขาดอายุการบังคับคดี เมื่อผู้ร้องหมดสิทธิที่จะบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของจำเลยที่ ๒ ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิที่จะร้องขอเฉลี่ยทรัพย์จากทรัพย์สินของจำเลยที่ ๒ ในคดีนี้ เพราะการขอเฉลี่ยทรัพย์เป็นการบังคับคดีอย่างหนึ่งเพื่อเอาทรัพย์สินของลูกหนี้ชำระหนี้ของผู้ร้องขอเฉลี่ย ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - บริษัทบางกอกอินเวสท์เมนท์ จำกัด
ผู้ร้อง - ธนาคารมหานคร จำกัด
จำเลย - นางสาววาณี แสงแก้วกิจ กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 271, ม. 290
องค์คณะ
อภินย์ ปุษปาคม
พิชัย วุฒิจำนงค์
ยรรยง อิทธิพงษ์
ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
ศาลแพ่ง - นายเลียบ ภิญญะวรรณ
ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิม การปลื้มจิตต์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา