ฎีกา ปี พ.ศ. 2540 แพ่งและอาญา
ฎีกาที่ 3608/2540
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
คดีแพ่งที่จำเลยร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1713 และ 1718 มีประเด็นข้อสำคัญในคดีว่า ผู้ร้องคือจำเลยในคดีนี้เป็นทายาทหรือมีส่วนได้เสียที่จะมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งให้จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกหรือไม่ มีเหตุจะแต่งตั้งผู้จัดการมรดกหรือไม่ และผู้ร้องเป็นบุคคลต้องห้ามที่จะเป็นผู้จัดการมรดกหรือไม่ เมื่อปรากฏว่าจำเลยเป็นทายาทมีสิทธิได้รับมรดกของผู้ตายดังนั้น การที่จำเลยเบิกความในคดีแพ่งที่จำเลยร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกเกี่ยวกับจำนวนทายาท การให้ความยินยอมของทายาทและแสดงพยานหลักฐานบัญชีเครือญาติไม่ตรงต่อความจริง แม้จะเป็นความเท็จก็มิใช่เป็นข้อสำคัญในคดีอันอาจทำให้ผลของคดีร้องขอจัดการมรดกเปลี่ยนแปลงไป การกระทำของจำเลยจึงขาดองค์ประกอบของความผิดดังกล่าว
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ทั้งหกฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177,180, 352, 353, 354, 91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งหกอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนโจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งหกประการแรกว่า จำเลยกระทำผิดฐานเบิกความเท็จและนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 และ 180 หรือไม่ โจทก์ทั้งหกนำสืบว่า จำเลยยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายโดยจำเลยกล่าวในคำร้องขอถึงจำนวนทายาทไม่ถูกต้องตามความเป็นจริงอีกทั้งยังอ้างว่าทายาทบางคนได้ย้ายไปอยู่ที่อื่นซึ่งเป็นความเท็จ แล้วจำเลยได้เบิกความในการไต่สวนคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกถึงเรื่องทายาทและความยินยอมในการจัดการมรดกอันเป็นเท็จ พร้อมทั้งแสดงพยานหลักฐานบัญชีเครือญาติอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 818/2532 ของศาลชั้นต้น เห็นว่า คดีแพ่งที่จำเลยร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 และ 1718 มีประเด็นข้อสำคัญในคดีว่า ผู้ร้องคือจำเลยในคดีนี้เป็นทายาทหรือมีส่วนได้เสียที่จะมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งให้จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกหรือไม่ มีเหตุจะแต่งตั้งผู้จัดการมรดกหรือไม่ และผู้ร้องเป็นบุคคลต้องห้ามที่จะเป็นผู้จัดการมรดกหรือไม่ เมื่อปรากฏว่าจำเลยเป็นทายาทมีสิทธิได้รับมรดกของผู้ตาย ดังนั้น การที่จำเลยเบิกความในคดีแพ่งที่จำเลยร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกเกี่ยวกับจำนวนทายาท การให้ความยินยอมของทายาทและแสดงพยานหลักฐานบัญชีเครือญาติไม่ตรงต่อความจริง แม้จะเป็นความเท็จก็มิใช่เป็นข้อสำคัญในคดีอันอาจทำให้ผลของคดีร้องขอจัดการมรดกเปลี่ยนแปลงไป การกระทำของจำเลยจึงขาดองค์ประกอบของความผิดดังกล่าว ส่วนที่โจทก์ทั้งหกฎีกาว่าโจทก์มิได้ฟ้องขอให้เพิกถอนผู้จัดการมรดกหรือฟ้องว่าจำเลยไม่ใช่ทายาทผู้มีส่วนได้เสียในคดีการที่ศาลล่างวินิจฉัยว่าในคดีแพ่งที่จำเลยร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกมีประเด็นว่าจำเลยเป็นทายาทหรือมีสิทธิที่จะยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งให้จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกหรือไม่ เป็นการวินิจฉัยนอกคำฟ้องและทางนำสืบของโจทก์นั้น เห็นว่า องค์ประกอบของความผิดฐานเบิกความเท็จและแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 และ 180 นั้น ความเท็จที่เบิกความและพยานหลักฐานอันเป็นเท็จที่แสดงต่อศาลจะต้องเป็นข้อสำคัญในคดี เมื่อปรากฏว่าคดีที่จำเลยเบิกความและแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จนั้นเป็นคดีที่จำเลยร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกซึ่งมีประเด็นข้อสำคัญในคดีว่าจำเลยเป็นทายาทผู้ตายหรือมีส่วนได้เสียที่จะมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งให้จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกหรือไม่ คำวินิจฉัยของศาลล่างจึงเป็นการชี้ให้เห็นว่าประเด็นสำคัญในคดีก่อนคืออะไร ไม่ใช่เป็นการวินิจฉัยนอกคำฟ้องและทางนำสืบโจทก์แต่อย่างใด เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าการกระทำของจำเลยขาดองค์ประกอบของความผิดแล้ว จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานเบิกความเท็จและแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ"พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นาย บุญเที่ยง กุมเมือง กับพวก
จำเลย - นาง ลัดดา ซ้ายเซ้ง - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 1713
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 177, ม. 180 - องค์คณะ
- กนก พรรณรักษา
พิมล สมานิตย์
ยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา