ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 แพ่ง

ฎีกาที่ 3618/2537

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

คดีที่ผู้ให้เช่าจะต้องฟ้องผู้เช่าเกี่ยวแก่สัญญาเช่าภายในกำหนด 6 เดือน นับแต่วันส่งคืนทรัพย์สินที่เช่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 563 หมายถึงกรณีที่ผู้เช่าปฏิบัติผิดหน้าที่ของผู้เช่าโดยทั่วไปแต่โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายที่ต้องขาดประโยชน์จากการใช้รถยนต์พิพาทกับค่าเสียหายที่โจทก์ขายรถยนต์พิพาทได้ไม่คุ้มราคาค่าเช่าซื้อ ซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือกฎหมายอื่นมิได้บัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะจึงมีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 เดิมที่ใช้อยู่ในขณะโจทก์บังคับสิทธิเรียกร้องได้

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ได้เช่าซื้อรถยนต์ไปจากโจทก์จำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันโดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อ สัญญาเช่าซื้อจึงเป็นอันเลิกกันตามข้อสัญญา จำเลยที่ 1 มีหน้าที่ต้องส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์ แต่จำเลยที่ 1 ไม่ส่งคืน ทำให้โจทก์ขาดประโยชน์จากการที่อาจนำทรัพย์สินออกให้เช่าเป็นเงินเดือนละ15,000 บาท รวม 2 เดือน เป็นเงิน 30,000 บาท และเนื่องจากจำเลยที่ 1 ใช้ทรัพย์สินที่เช่าซื้อโดยปราศจากความระมัดระวังเมื่อโจทก์นำรถยนต์ออกขายจึงได้ราคาเพียง 236,000 บาทเมื่อหักราคาเช่าซื้อที่โจทก์หักค่าใช้จ่ายแล้วราคายังขาดอยู่อีก 58,397 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน88,397 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18.5 ต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ไม่เสียหายและขาดประโยชน์โจทก์ฟ้องเรียกค่าขาดประโยชน์เกิน 6 เดือน นับแต่ได้รับรถยนต์คืน ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 40,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่าโจทก์ฟ้องเรียกให้ชดใช้ราคาที่โจทก์ยังได้รับชำระไม่ครบอันเกิดจากการใช้รถยนต์พิพาทโดยปราศจากความระมัดระวังซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในลักษณะเช่าซื้อมิได้บัญญัติอายุความไว้ จึงต้องนำมาตรา 562, 563 ในลักษณะเช่าทรัพย์ซึ่งมีอายุความ 6 เดือน มาใช้บังคับโดยอนุโลม เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้เกิน 6 เดือน นับแต่วันได้รับรถยนต์พิพาทคืนคดีโจทก์จึงขาดอายุความ นั้นศาลฎีกาเห็นว่า คดีที่ผู้ให้เช่าจะต้องฟ้องผู้เช่าเกี่ยวแก่สัญญาเช่าภายในกำหนด 6 เดือนนับแต่วันส่งคืนทรัพย์สินที่เช่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 563 หมายถึงกรณีที่ผู้เช่าปฏิบัติผิดหน้าที่ของผู้เช่าโดยทั่วไป แต่กรณีนี้ตามทางนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ใช้รถยนต์พิพาทอย่างไม่ระมัดระวังดังที่โจทก์กล่าวอ้างในฟ้อง จึงนำอายุความ6 เดือน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 563มาใช้บังคับแก่คดีนี้ไม่ได้ และคดีนี้เป็นกรณีที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายที่ต้องขาดประโยชน์จากการใช้รถยนต์พิพาทกับค่าเสียหายที่โจทก์ขายรถยนต์พิพาทได้ไม่คุ้มราคาค่าเช่าซื้อซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือกฎหมายอื่นมิได้บัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะจึงมีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 เดิม ที่ใช้อยู่ในขณะที่โจทก์บังคับสิทธิเรียกร้องได้ ฟ้องของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ เอ.จี.ซี .( ประเทศ ไทย ) จำกัด
จำเลย - นาย ภานุพันธ์ สุข ประเสริฐ กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 164 เดิม, ม. 563, ม. 572
องค์คณะ
จรัญ หัตถกรรม
นาม ยิ้มแย้ม
สุวรรณ ตระการพันธุ์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา