ฎีกา ปี พ.ศ. 2534 แพ่ง

ฎีกาที่ 3671/2534

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

การที่ผู้คัดค้านนำเงินฝากในบัญชีที่พิพาทของจำเลยไปหักชำระหนี้โดยมิได้แสดงเจตนาหักกลบลบหนี้ต่อทายาทของจำเลย เป็นการหักกลบลบหนี้ที่มิได้แสดงเจตนากับอีกฝ่ายหนึ่ง ตามที่บัญญัติไว้ใน ป.พ.พ. มาตรา 342 จึงไม่ชอบ เงินฝากในบัญชีที่พิพาทยังเป็น ของจำเลยลูกหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งโจทก์มีสิทธิขออายัดได้.

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 136,866 บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา ต่อมาศาลชั้นต้นได้ออกหมายอายัดเงินฝากของจำเลยที่ 2ถึงผู้คัดค้าน สาขาปราจีนบุรี ห้ามมิให้จ่ายเงินจำนวน 191,093 บาทให้แก่จำเลยที่ 2ผู้คัดค้านโต้แย้งหนี้ที่เรียกร้องเอาแก่ผู้คัดค้านว่า จำเลยที่ 2 เป็นหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี ฉบับลงวันที่ 9มิถุนายน 2526 วงเงิน 900,000 บาท โดยใช้บัญชีกระแสรายวันเลขที่ 2202 เป็นบัญชีเดินสะพัด มีบัญชีเงินฝากประจำเลขที่ป.7928 จำนำเป็นประกันและเป็นหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีฉบับลงวันที่ 19 สิงหาคม 2526 วงเงิน 300,000 บาท โดยใช้บัญชีกระแสรายวัน เลขที่ 2067 เป็นบัญชีเดินสะพัดสัญญาดังกล่าวครบกำหนดแล้ว แต่จำเลยที่ 2 ผิดนัดชำระหนี้ ผู้คัดค้านได้หักเงินจากบัญชีเงินฝากประจำเลขที่ ป.7928 ชำระหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี ฉบับลงวันที่ 9 มิถุนายน 2526 แล้ว แต่ไม่พอชำระหนี้ผู้คัดค้านจึงนำเงินฝากประจำบัญชีเลขที่ ป.7843 ของจำเลยที่ 2ชำระหนี้ 343,982.32 บาท โดยผู้คัดค้านได้หักชำระหนี้ก่อนที่จะได้รับหมายอายัดของศาลโจทก์คัดค้านข้อโต้แย้งว่า เงินที่โจทก์ขออายัดยังไม่มีการหักชำระหนี้ให้แก่ผู้คัดค้าน เพราะก่อนศาลจะออกหมายอายัดเงินดังกล่าวยังเหลืออยู่ในบัญชีเงินฝากประจำเลขที่ ป.7843 ของจำเลยที่ 2 อีกทั้งการที่ผู้คัดค้านนำเงินฝากประจำจากบัญชีดังกล่าวไปหักชำระหนี้ภายหลังจากจำเลยที่ 2 ตาย ไม่อาจกระทำได้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้จัดการมรดกของจำเลยที่ 2 ขอให้มีคำสั่งให้ผู้คัดค้านส่งเงินตามหมายอายัดมาไว้ในคดีนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ข้อโต้แย้งของผู้คัดค้านรับฟังไม่ได้ และมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านปฏิบัติตามหมายอายัดผู้คัดค้านอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้คัดค้านฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ตามรายงานของเจ้าหน้าที่ว่าผู้คัดค้านได้รับหมายอายัดเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2531 เวลา16.10 นาฬิกาและได้ความตามทางนำสืบของผู้คัดค้านว่า ผู้คัดค้านได้นำเงินจากบัญชีเงินฝากประจำเลขที่ ป.7843 ของจำเลยที่ 2หักกลบลบหนี้กับหนี้ของจำเลยที่ 2 ที่มีอยู่กับผู้คัดค้าน เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2531 ก่อนที่ผู้คัดค้านจะได้รับหมายอายัด คดีมีปัญหาวินิจฉัยว่าการหักกลบลบหนี้ของผู้คัดค้านดังกล่าวเป็นการชอบหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า ผู้คัดค้านมิได้แสดงเจตนาต่อทายาทของจำเลยที่ 2 ในการที่จะขอหักกลบลบหนี้จากบัญชีเงินฝากที่พิพาทของจำเลยที่ 2 ดังนั้น การที่ผู้คัดค้านนำเงินในบัญชีที่พิพาทไปหักเพื่อชำระหนี้ในวันที่ 4 มกราคม 2531 นั้นจึงเป็นการหักกลบลบหนี้ที่มิได้แสดงเจตนากับอีกฝ่ายหนึ่งตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 342 เป็นการหักกลบลบหนี้ที่มิชอบ ต้องถือว่าเงินฝากในบัญชีที่พิพาทนั้นยังเป็นของจำเลยที่ 2 ลูกหนี้ตามคำพิพากษาที่โจทก์มีสิทธิขออายัดได้พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาย ประภาส นิศาภากร
ผู้คัดค้าน - ธนาคาร กรุงไทย จำกัด
จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด วีระพงศ์ ที่ดิน ปราจีนบุรี กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 342
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 310 (3), ม. 311 วรรคแรก, ม. 312 วรรคแรก
องค์คณะ
อุดม เฟื่องฟุ้ง
ก้าน อันนานนท์
อัมพร ทองประยูร

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา