ฎีกา ปี พ.ศ. 2535 อาญา

ฎีกาที่ 3674/2535

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

จำเลยพาอาวุธปืนของจำเลยที่ได้รับอนุญาตให้มีและใช้ ไปในหมู่บ้านโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้พกติดตัวไป และยิงปืนในหมู่บ้านเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ,72 ทวิ และ ป.อ.มาตรา 371,376, อาวุธปืนเป็นวัตถุแห่งการกระทำความผิด หรือทรัพย์ที่ได้ใช้ในการกระทำความผิด ซึ่งอยู่ในดุลพินิจ หรืออำนาจของศาลที่จะสั่งริบหรือไม่ก็ได้.

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371, 376,91, 33 และริบของกลางจำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371, 376,91, 33 ฐานพาอาวุธปืน ปรับ 1,000 บาท ฐานยิงปืน ปรับ 500 บาทรวม 1,500 บาท จำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ปรับ 750 บาทไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลางจำเลยอุทธรณ์ขอให้คืนของกลางศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังยุติว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยได้กระทำผิดฐานพาอาวุธปืนมีทะเบียน 1 กระบอก ติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรและไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว ทั้งไม่เป็นกรณีที่ต้องใช้อาวุธปืนติดตัวเมื่อมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ แล้วใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางยิงขึ้นในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน...มีปัญหาต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ตามฎีกาของจำเลยว่า ศาลมีอำนาจสั่งริบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางหรือไม่ ที่จำเลยฎีกาว่าอาวุธปืนศาลจะสั่งริบได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1) ก็คือบุคคลนั้นได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำผิด แต่กรณีของจำเลยไม่ปรากฏว่าจำเลยนำไปใช้เพื่อชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ หรือฆ่าบุคคลอื่นประการใดนั้น เห็นว่า อาวุธปืนและกระสุนปืนของกลางเป็นปืนมีทะเบียนซึ่งจำเลยได้รับอนุญาตให้มีและใช้ได้ตามกฎหมาย แม้อาวุธปืนของกลางจำเลยจะมิได้ใช้ทำผิดฐานชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ หรือฆ่าผู้อื่นดังที่จำเลยฎีกาก็ตาม และการที่จำเลยซึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวได้พาอาวุธปืนของกลางติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะ และยิงปืนในหมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชนตามฟ้องนั้น ไม่อาจทำให้อาวุธปืนของกลางที่มีใบอนุญาตแล้วกลายเป็นอาวุธปืนที่มีไว้ผิดกฎหมายไปด้วยก็ตามแต่ก็คงเป็นวัตถุแห่งการกระทำความผิดหรือเป็นทรัพย์สินที่จำเลยได้ใช้ในการกระทำความผิด ซึ่งอยู่ในดุลพินิจหรืออำนาจของศาลที่จะสั่งริบหรือไม่ก็ได้ ทั้งนี้ก็แล้วแต่ข้อเท็จจริงเป็นเรื่อง ๆ ไป ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 33(1) ปัญหาว่าควรริบอาวุธและเครื่องกระสุนปืนของกลางหรือไม่ คดีนี้แม้เกิดเหตุในที่ชุมนุมชน แต่ก็ไม่ปรากฏว่าเป็นเขตชุมนุมชนพลุกพล่านหนาแน่นเพียงใด หรือเกิดเหตุในเขตเทศบาลหรือสุขาภิบาลหรือไม่อย่างไร เห็นว่ากรณียังไม่มีเหตุสมควรให้ริบดังนั้น การที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งริบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางจึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น"พิพากษาแก้เป็นว่า ของกลางไม่ริบและให้คืนแก่จำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ราชบุรี
จำเลย - นาย สุนทร อ้น แก้ว
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 33
องค์คณะ
เพี้ยน พุทธสุอัตตา
นำชัย สุนทรพินิจกิจ
เสมอ อินทรศักดิ์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา