ฎีกา ปี พ.ศ. 2528 แพ่ง

ฎีกาที่ 3679/2528

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสอง ซึ่งเป็นสามีภริยากันและร่วมกันประกอบการค้าใช้ชื่อร้านว่า อารีรัตน์ ได้ซื้อสินค้าเครื่องเคมีภัณฑ์ ประเภทหัวน้ำหอมไปจากโจทก์แล้วไม่ชำระเงิน จำเลยทั้งสองหาได้ให้การปฏิเสธว่ามิได้เป็นสามีภริยากันและมิได้ร่วมกันประกอบการค้าใช้ชื่อร้านว่าอารีรัตน์แต่อย่างใดไม่ย่อมถือได้ว่าจำเลยทั้งสองรับข้อเท็จจริงดังกล่าว ข้อที่ให้การว่าไม่เคยรับสินค้าตามฟ้องมาใช้ในกิจการส่วนตัว ถ้ามีการรับก็เป็นการรับไว้แทนผู้อื่นนั้น ไม่ชัดแจ้งว่าจำเลยทั้งสองยอมรับหรือปฏิเสธว่าไม่ได้รับสินค้าจากโจทก์และไม่ชัดแจ้งว่ารับไว้แทนบุคคลใด คำให้การจำเลยมิได้แสดงโดยชัดแจ้งว่าจำเลยยอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้นหรือแต่บางส่วนรวมทั้งเหตุแห่งการนั้นจึงไม่มีประเด็น ที่จะนำสืบ
การยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้นั้นเป็นการปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ จำเลยจะต้องแสดงโดยชัดแจ้งในคำให้การด้วยว่าคดีโจทก์ขาดอายุความเพราะเหตุใด เมื่อคำให้การจำเลยมิได้แสดงเหตุ เพียงแต่ให้การอย่างลอย ๆ ว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความปัญหาเรื่องอายุความจึงไม่เป็นประเด็น ที่จะต้องวินิจฉัย

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ เป็นสามีภริยากัน และร่วมกันประกอบการค้าใช้ชื่อร้านว่า อารีรัตน์ จำเลยทั้งสองได้ซื้อเครื่องเคมีภัณฑ์ประเภทหัวน้ำหอมจากโจทก์เพื่อใช้ในทางอุตสาหกรรมผลิตสินค้าออกจำหน่าย คิดเป็นเงินทั้งสิ้น ๑๘๓,๖๐๓ บาท แล้วไม่ชำระเงิน ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย
จำเลยทั้งสองให้การว่า ไม่เคยค้าขายกับโจทก์ และไม่เคยรับสินค้าตามฟ้องมาใช้ในกิจการส่วนตัว ถ้ามีการรับก็เป็นการรับไว้แทนผู้อื่นซึ่งมีสภาพบุคคลต่างหากไปจากจำเลยทั้งสอง ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยตามฟ้อง
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นสามีภริยากันและร่วมกันประกอบการค้าใช้ชื่อร้านว่าอารีรัตน์ ได้ซื้อสินค้าเครื่องเคมีภัณฑ์ประเภทหัวน้ำหอมไปจากโจทก์รวม ๒๓ ครั้ง ตามเอกสารท้ายฟ้องแล้วไม่ชำระเงิน จำเลยทั้งสองหาได้ให้การปฏิเสธว่ามิได้เป็นสามีภริยากันและมิได้ร่วมกันประกอบการค้าใช้ชื่อร้านว่าอารีรัตน์แต่อย่างใดไม่ ย่อมถือได้ว่าจำเลยทั้งสองรับข้อเท็จจริงดังกล่าว ที่จำเลยทั้งสองให้การว่าไม่เคยรับสินค้าตามฟ้องมาใช้ในกิจการส่วนตัว ถ้ามีการรับก็เป็นการรับไว้แทนผู้อื่นนั้น ไม่ชัดแจ้งว่าจำเลยทั้งสองยอมรับหรือปฏิเสธว่าไม่ได้รับสินค้าจากโจทก์ นอกจากนี้ที่ให้การว่าเป็นการรับไว้แทนผู้อื่นซึ่งมีสภาพบุคคลต่างหากจากจำเลยทั้งสอง ก็ไม่ชัดแจ้งรับไว้แทนบุคคลใด ถ้าหากจำเลยทั้งสองเป็นตัวแทนของตัวการซึ่งมิได้เปิดเผยชื่อ ก็ชอบที่จะให้การด้วยว่าตนมิได้ทำการออกหน้าเป็นตัวการเพื่อที่ตนเองจะไม่ต้องรับผิด แต่จำเลยทั้งสองหาได้ให้การไม่ เห็นว่าจำเลยทั้งสองมิได้แสดงโดยชัดแจ้งในคำให้การว่าจำเลยยอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้นหรือแต่บางส่วนรวมทั้งเหตุแห่งการนั้น คำให้การจำเลยจึงไม่มีประเด็นที่จะนำสืบ
ตามคำฟ้องของโจทก์บรรยายว่า จำเลยทั้งสองได้ซื้อเครื่องเคมีภัณฑ์ประเภทหัวน้ำหอมจากโจทก์เพื่อใช้ในทางอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าออกจำหน่าย จำเลยทั้งสองมิได้ปฏิเสธความข้อนี้ แต่ให้การอย่างลอย ๆ ว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความการยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้นั้น เป็นการปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ จำเลยจะต้องแสดงโดยชัดแจ้งในคำให้การด้วยว่าคดีโจทก์ขาดอายุความเพราะเหตุใด เมื่อคำให้การจำเลยมิได้แสดงเหตุ ปัญหาเรื่องอายุความจึงไม่เป็นประเด็นที่จะต้องวินิจฉัย
พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัด เค.เอ๊ช.บราเดอร์
จำเลย - นาย กวง แซ่ก๊วย กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 165, ม. 806
องค์คณะ
ศักดิ์ สนองชาติ
อุทิศ บุญชู
ยรรยง อิทธิพงษ์
ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
ศาลแพ่ง - นายอนุกิจ สิงหโชติสุขแพทย์
ศาลอุทธรณ์ - นายนาม ยิ้มแย้ม

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา