ฎีกา ปี พ.ศ. 2542 อาญา

ฎีกาที่ 3698/2542

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

คดีอาญาที่รวมการพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกัน หามีกฎหมาย บทใดกำหนดให้ศาลต้องวินิจฉัยคดีเป็นรายสำนวนไม่ คดีทั้งเจ็ดสำนวนนี้ศาลอุทธรณ์ได้พิเคราะห์พยานหลักฐานและรวมวินิจฉัยทุกสำนวนแล้วเชื่อว่าจำเลยกระทำความผิดตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษา ศาลอุทธรณ์ไม่จำต้องวินิจฉัยเป็น รายคดีตามข้ออุทธรณ์ของจำเลยทั้งหมดเป็นรายสำนวนไปไม่

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีทั้งเจ็ดสำนวนนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิจารณาและพิพากษารวมกันกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 981/2540 ของศาลชั้นต้นซึ่งถึงที่สุดแล้ว คดีคงขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะเจ็ดสำนวนนี้โจทก์ทั้งเจ็ดสำนวนฟ้องเป็นใจความว่า เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2535 เวลากลางวัน อันเป็นเวลาที่อยู่ระหว่างการประกาศพระราชกฤษฎีกาให้เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดน่าน จนถึงวันเลือกตั้ง คือวันที่ 13 กันยายน 2535 จำเลยกระทำความผิดต่อพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยการจัดทำ ให้ เสนอให้ทรัพย์สินแก่ผู้อื่นเพื่อจูงใจให้ลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่นางสาวพูนสุข โลหะโชติ ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหมายเลข 13เขตเลือกตั้งดังกล่าวข้างต้น จำนวน 7 ราย มีรายละเอียดดังนี้ รายแรก จำเลยนำเงินจำนวน 100 บาท ไปมอบให้แก่นายสมชายหรือชายหุตะเจริญ เพื่อจูงใจให้บุคคลดังกล่าวกับนางซ้อนหรือซัน หุตะเจริญ นางน้อย สอนนนฐี นายมาดหรือสามารถ สอนนนฐี และนายรังหรือลัง คำมงคล ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่นางสาวพูนสุข รายที่สอง จำเลยนำเงินจำนวน 100 บาท ไปมอบให้แก่นายอำนวยหรือนวย สอนนนฐี เพื่อจูงใจบุคคลดังกล่าวกับนางป่วน สอนนนฐี นายสวาทหรือสวาด สอนนนฐีนางเปลื่องหรือเปลือง สอนนนฐี และนายทอง สอนนนฐี ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่นางสาวพูนสุข รายที่สาม จำเลยนำเงินจำนวน 100 บาท ไปมอบให้แก่นายมาฆหรือมาส ประดิษฐ์ เพื่อจูงใจให้บุคคลดังกล่าวกับนางศรีวรรณ์หรือศรีวรรณหรือเป็ง ประดิษฐ์หรือสอนนนฐี นายทอง สอนนนฐี และนางแก้ว สอนนนฐี ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่นางสาวพูนสุข รายที่สี่ จำเลยนำเงินจำนวน 100 บาท ไปมอบให้แก่นายทวีหรือวี เกียนสืบ เพื่อจูงใจให้บุคคลดังกล่าวกับนายทา เกียนสืบ และนายสม สอนนนฐีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่นางสาวพูนสุข รายที่ห้า จำเลยนำเงินจำนวน 100 บาท ไปมอบให้แก่นายบุญส่งหรือส่ง สอนนนฐีกับนางลอยหรือบัวลอย สอนนนฐี เพื่อจูงใจให้บุคคลทั้งสองกับนายเสริม สอนนนฐี นางเล็ก สอนนนฐี และนายน๊ะ สอนนนฐี ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่นางสาวพูนสุข รายที่หก จำเลยนำเงินจำนวน 100 บาท ไปมอบให้แก่นายอิ่นแก้วหรือแก้ว แสงน้อยกับนางบุตร แสงน้อย เพื่อจูงใจให้บุคคลทั้งสองกับนายลานหรือเย็น สอนนนฐี และนางเขียวหรือบัวเขียว สอนนนฐี ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่นางสาวพูนสุขและรายสุดท้าย จำเลยนำเงินจำนวน 100 บาท ไปมอบให้แก่นายผ่าน กันใจมา กับนางเรือน กันใจมา เพื่อจูงใจให้บุคคลทั้งสองกับนายวันหรือวรรณ์ สอนนนฐี และนางนากหรือนางสาวหยัน สอนนนฐี ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่นางสาวพูนสุข ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 35, 91 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 ริบของกลาง และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 10 ปี กับขอให้นับโทษจำเลยทั้งเจ็ดสำนวนติดต่อกันจำเลยทั้งเจ็ดสำนวนให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยสำนวนคดีอาญาหมายเลขดำที่ 983 ถึง 987/2535 กับ 989/2535 และ 990/2535 ของศาลชั้นต้นมีความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพ.ศ. 2522 มาตรา 35(1), 91 ลงโทษจำคุกสำนวนละ 1 ปีโดยให้นับโทษแต่ละสำนวนติดต่อกัน ริบของกลาง และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปีจำเลยทั้งเจ็ดสำนวนอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยทั้งเจ็ดสำนวนฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยตามที่ศาลชั้นต้นสั่งรับมาเพียงข้อเดียวว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มิได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงเป็นรายคดีตามอุทธรณ์ของจำเลยนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ในปัญหาดังกล่าว เห็นว่าในคดีหลายสำนวนที่รวมการพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกัน หามีกฎหมายบทใดกำหนดให้ศาลต้องวินิจฉัยคดีเป็นรายสำนวนดังที่จำเลยฎีกาไม่คดีทั้งเจ็ดสำนวนนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ก็ได้พิเคราะห์พยานหลักฐานและรวมวินิจฉัยทุก ๆ สำนวนแล้วจึงเชื่อว่าจำเลยกระทำความผิดตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษาไม่จำต้องวินิจฉัยข้ออุทธรณ์ของจำเลยทั้งหมดโดยระบุเป็นรายสำนวนแต่อย่างใด คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2ชอบด้วยกฎหมายแล้วพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด น่าน
จำเลย - นาย เชิด นุฟู
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 25, ม. 186
องค์คณะ
วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์
ผล อนุวัตรนิติการ
สายันต์ สุรสมภพ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา