ฎีกา ปี พ.ศ. 2536 อาญา

ฎีกาที่ 370/2536

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

จำเลยเพียงแต่ใช้มือจับแขนขวาของผู้เสียหายกระชากไพล่ไปทางด้านหลังเป็นเหตุให้เส้นเอ็นที่หัวไหล่ขวาของผู้เสียหายอักเสบเล็กน้อย ไม่มีบาดแผลช้ำบวมภายนอก ใช้เวลารักษาประมาณ 15 วัน ถือว่าไม่เป็นอันตรายแก่กายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391แม้โจทก์ฟ้องให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ศาลก็มีอำนาจลงโทษจำเลยในการกระทำความผิดตามที่พิจารณาได้ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้ายได้

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กระทำผิดกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือได้ทำร้ายร่างกายโดยจับแขนนายแหย่ง แซ่เจ้า ผู้เสียหายกระชากอย่างแรงเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายจากนั้นได้แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจและกระทำการเป็นเจ้าพนักงานตำรวจโดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงานตำรวจได้ฉุดกระชากผู้เสียหายและได้พูดว่า "กูเป็นตำรวจต้องไปโรงพักนะ" และต่อมาได้หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายโดยฉุดกระชากลากตัวผู้เสียหายเป็นระยะทาง 10 เมตร อันเป็นการทำให้ผู้เสียหายปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 145, 310, 295จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295, 310, 90 ให้ลงโทษตามมาตรา 310 ซึ่งเป็นบทหนักให้จำคุกจำเลย 2 เดือน และปรับ 2,000 บาท พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้วโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี หากไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกเสียโจทก์และจำเลยอุทธรณ์ โดยอุทธรณ์ของโจทก์นั้น อธิบดีกรมอัยการรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานทำร้ายร่างกายและฐานทำให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 และ 310 ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีฟังได้ว่าจำเลยทำร้ายร่างกายผู้เสียหายและทำให้ผู้เสียหายปราศจากเสรีภาพในร่างกายจริง การที่จำเลยเพียงแต่ใช้มือจับแขนขวาของผู้เสียหายกระชากไพล่ไปทางด้านหลังเป็นเหตุให้เส้นเอ็นที่หัวไหล่ขวาของผู้เสียหายอักเสบเล็กน้อยไม่มีบาดแผลหรือช้ำบวมภายนอก ใช้เวลารักษาประมาณ 15 วันถือว่าไม่เป็นอันตรายแก่กายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 ศาลฎีกามีอำนาจลงโทษจำเลยในการกระทำความผิดตามที่พิจารณาได้ความได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้ายพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 310 วรรคหนึ่ง, 391, 90 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 310 วรรคหนึ่งซึ่งเป็นบทหนักตามมาตรา 90 ให้จำคุกจำเลย 2 เดือน และปรับ 2,000 บาทโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56หากไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ กองคดี ศาลแขวง พระนครใต้
จำเลย - นาย ประมวล ตา นนท์
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 295, ม. 391
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 192 วรรคท้าย
องค์คณะ
สมปอง เสนเนียม
อัมพร เดชศิริ
วิทูรย์ สุทธิประภา

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา