ฎีกา ปี พ.ศ. 2529 อาญา

ฎีกาที่ 3743/2529

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

การที่เจ้าพนักงานค้นพบของกลางที่บริเวณบ้านจำเลยได้แก่ภาชนะหรือเครื่องกลั่นสำหรับทำสุราโดยไม่ได้รับอนุญาตสอบถามแล้วจำเลยรับว่าของกลางเป็นของตนไม่ใช่ความผิดซึ่งเจ้าพนักงานเห็นจำเลยกำลังกระทำหรือพบในอาการซึ่งแทบจะไม่มีความสงสัยเลยว่ากระทำความผิดมาแล้วสดๆจึงไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้าที่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจะจับจำเลยได้โดยไม่มีหมายจับเมื่อเป็นการจับกุมโดยไม่มีอำนาจแม้จำเลยจะต่อสู้ขัดขวางการจับกุมก็ไม่มีความผิด.

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานมีภาชนะหรือเครื่องกลั่นสำหรับทำสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติสุราพ.ศ. 2493 มาตรา 5, 30 พระราชบัญญัติสุรา ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2497มาตรา 4 ลงโทษจำคุกสามเดือนปรับสองพันบาทฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 140 ลงโทษจำคุกหกเดือนปรับสามพันบาท รวมโทษจำคุกเก้าเดือน ปรับห้าพันบาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ของกลางริบจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยมีความผิดฐานมีภาชนะเครื่องกลั่นสำหรับสุราไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนข้อหาต่อสู้ขัดขวางการจับกุมของเจ้าพนักงานนั้นศาลฎีกาวินิจฉัย "ข้อเท็จจริงปรากฏว่า นายตรวจนสรรพสามิตและเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยมาโดยไม่มีหมายจับ ข้อที่โจทก์ฎีกว่า จำเลยกระทำความผิดซึ่งหน้าเจ้าพนักงานจึงจับจำเลยได้โดยไม่ต้องมีหมายจับนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าความผิดซึ่งหน้าได้แก่ความผิดซึ่งเห็นกำลับกระทำ หรือพบในอาการใดซึ่งแทบจะไม่มีความสงสัยเลยว่าเขาได้กระทำผิดมาแล้วสด ๆ เว้นแต่ความผิดที่ระบุไว้ในบัญชีท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและต้องด้วยหลักเกณฑ์ตามมาตรา 80 วรรคสอง (1)(2) การที่เจ้าพนักงานค้นพบของกลางที่บริเวณบ้านจำเลยและสอบถามแล้วจำเลยรับว่าของกลางเป็นของตน ไม่ใช่ความผิดซึ่งเจ้าพนักงานเห็นจำเลยกำลังกระทำหรือพบในอาการซึ่งแทบจะไม่มีความสงสัยเลยว่าจำเลยกระทำผิดมาแล้วสด ๆจึงไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้าที่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจะจับจำเลยได้โดยไม่มีหมายจับ เมื่อเป็นการจับกุมโดยไม่มีอำนาจแม้จำเลยจะต่อสู้ขัดขวางการจับกุมก็ไม่มีความผิดฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น"พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติสุราพ.ศ. 2493 มาตรา 5, 30 พระราชบัญญัติสุรา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2497มาตรา 4 ลงโทษจำคุกสามเดือนปรับสองพันบาทให้รอการลงโทษจำคุกไว้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 มีกำหนด 2 ปี ของกลางริบ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ศรีสะเกษ
จำเลย - นาย บุญสอน ประมาพันธ์
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 138
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 80, ม. 92 (3)
องค์คณะ
อำนวย เปล่งวิทยา
สุชาติ จิวะชาติ
เสรี แสงศิลป์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา