ฎีกา ปี พ.ศ. 2535 แพ่ง
ฎีกาที่ 3777/2535
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองบรรยายแต่เพียงว่า ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานจำเลย ทำให้จำเลยเสียเปรียบเป็นคำสั่งที่ขัดต่อกฎหมาย จำเลยไม่ได้ประวิงคดีและยังมีปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่ต้องนำสืบโดยมิได้กล่าวให้ชัดแจ้งว่า ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานของจำเลยทั้งสองเป็นการไม่ชอบอย่างไร และทำไมจึงทำให้จำเลยทั้งสองเสียเปรียบเพราะเหตุใดคำสั่งของศาลชั้นต้นจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่ชอบอย่างไร เหตุใดการกระทำของจำเลยไม่เป็นการประวิงคดี และคดีมีปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยที่จะต้องนำสืบมีว่าอย่างไร ดังนี้อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับให้จำเลยทั้งสองชำระเงินตามสัญญาบัญชีเดินสะพัดพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองและทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์จนครบถ้วนจำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองไม่ได้เป็นหนี้โจทก์ตามฟ้องและจำเลยที่ 1 ไม่เคยจำนองที่ดินไว้กับโจทก์ โจทก์คิดดอกเบี้ยโดยไม่ชอบกฎหมาย โจทก์ไม่เคยบอกกล่าวก่อนฟ้อง จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้องระหว่างพิจารณาศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยทั้งสองในวันที่ 24 ธันวาคม 2530 เมื่อสืบพยานโจทก์ได้ 1 ปากแล้ว โจทก์แถลงหมดพยาน ทนายจำเลยทั้งสองแถลงว่า จำเลยทั้งสองไม่มาศาลโดยไม่ทราบเหตุขัดข้อง ขอให้ศาลสั่งตามรูปคดี ศาลชั้นต้นเห็นว่าเมื่อจำเลยทั้งสองไม่มาศาลถือว่าไม่ติดใจสืบพยานให้งดสืบพยานจำเลยทั้งสองเสีย คดีเสร็จการพิจารณาและนัดฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระหรือชำระไม่ครบให้ยึดทรัพย์สินจำนองและทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้จนครบ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1วินิจฉัยว่าอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองไม่อาจเข้าใจได้ว่าเป็นการอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นและขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาอย่างไรอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองไม่ได้แสดงโดยแจ้งชัดในเรื่องดังกล่าว จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่รับวินิจฉัย พิพากษาให้ยกอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีข้อวินิจฉัยตามที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองบรรยายแต่เพียงว่า ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานจำเลย ทำให้จำเลยเสียเปรียบเป็นคำสั่งที่ขัดต่อกฎหมายจำเลยไม่ได้ประวิงคดีและยังมีปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่ต้องนำสืบโดยมิได้กล่าวให้ชัดแจ้งว่า ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานของจำเลยทั้งสองเป็นการไม่ชอบอย่างไร และทำไมจึงทำให้จำเลยทั้งสองเสียเปรียบเพราะเหตุใดคำสั่งของศาลชั้นต้นจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่ชอบอย่างไร เหตุใดการกระทำของจำเลยไม่เป็นการประวิงคดี และคดีมีปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยที่จะต้องนำสืบมีว่าอย่างไร ดังนี้อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1ไม่รับวินิจฉัยให้นั้นชอบแล้ว"พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัด
จำเลย - นาย กิตติศักดิ์ อิ่ม สงวน กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 225
- องค์คณะ
- บุญธรรม อยู่พุก
ยงยุทธ ธารีสาร
ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา