ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 แพ่ง

ฎีกาที่ 3788/2537

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

กรณีที่ศาลจะสั่งให้เพิกถอนการขายทอดตลาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสอง ได้นั้นจะต้องเป็นกรณีที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งลักษณะการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และเกิดความเสียหายแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลอื่นที่มีส่วนได้เสียในการบังคับคดี บุคคลดังกล่าวมีสิทธิยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลก่อนการบังคับคดีเสร็จลง ขอให้งดการบังคับคดีไว้ก่อนได้แต่คำร้องของจำเลยทั้งสองมิได้กล่าวอ้างเลยว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติดังกล่าว เพียงแต่กล่าวอ้างว่าโจทก์กับบุคคลภายนอกร่วมกันเข้าสู้ราคาโดยไม่สุจริต สมคบกันกดราคาซื้อ ซึ่งมิได้เป็นการกระทำของเจ้าพนักงานบังคับคดี จำเลยทั้งสองจึงไม่มีสิทธิขอให้ศาลสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดได้

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีสืบเนื่องมาจากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดและประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยที่ 2 ในการขายทอดตลาดเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2535ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้ขายที่ดินตามรายการที่ 1 และที่ 2 โฉนดเลขที่ 2685 และโฉนดเลขที่ 631, 3048 พร้อมสิ่งปลูกสร้างแก่โจทก์ผู้เข้าสู้ราคาและเป็นผู้สู้ราคาสูงสุดจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ยกเลิกการขายทอดตลาดว่าการสู้ราคาไม่สุจริต มีพฤติการณ์ที่ส่อ ให้เห็นว่าการประมูลซื้อทรัพย์ที่ขายทอดตลาดเป็นการสมรู้กันกดราคาซื้อศาลชั้นต้นมีคำสั่งในคำร้องว่า กรณีไม่มีเหตุที่จะให้ยกเลิกการขายทอดตลาด ให้ยกคำร้องจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาในเบื้องแรกว่า จำเลยทั้งสองมีสิทธิร้องขอให้ศาลชั้นต้นสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดที่ขายไปแล้วหรือไม่ ในปัญหาดังกล่าวเห็นว่า ตามคำร้องของจำเลยทั้งสองมีความประสงค์ขอให้ยกเลิกกระบวนวิธีการบังคับคดี คือ การขายทอดตลาดที่ได้ขายไปแล้ว โดยอ้างว่าโจทก์กับพวกร่วมกันเข้าสู้ราคาโดยไม่สุจริตสมรู้กันกดราคา ซึ่งเท่ากับประสงค์จะให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนการขายทอดตลาดดังกล่าว จึงเป็นกรณีที่ต้องด้วยมาตรา 296วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง คือ เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งลักษณะการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และเกิดความเสียหายแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลอื่นที่มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีบุคคลดังกล่าวจึงมีสิทธิยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลก่อนการบังคับคดีเสร็จลงขอให้งดการบังคับคดีไว้ก่อนได้ แต่ตามคำร้องของจำเลยทั้งสองมิได้กล่าวอ้างเลยว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งลักษณะการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งแต่ประการใด เพียงแต่อ้างว่าโจทก์กับนายโกวิท แซ่เบ๊ ซึ่งเดิมเป็นลูกจ้างโจทก์และนายสถาพรกาญจนบุศย์ บุตรชายของทนายความโจทก์ร่วมกันเข้าสู้ราคาโดยไม่สุจริต สมคบกันกดราคาซื้อ เพราะบุคคลเหล่านี้เป็นพวกเดียวกันมีความผูกพันเกี่ยวเนื่องต่อกัน ซึ่งมิได้เป็นการกระทำของเจ้าพนักงานบังคับคดีจำเลยทั้งสองจึงไม่มีสิทธิขอให้ศาลสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดตามกฎหมายดังยกขึ้นกล่าวข้างต้น ที่ศาลล่างทั้งสองให้ยกคำร้องของจำเลยทั้งสองชอบแล้ว ฎีกาจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น"พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด
จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด สห สถาปัตย์ ก่อสร้าง ยะลา กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 296
องค์คณะ
เสริม บุญทรงสันติกุล
อุระ หวังอ้อมกลาง
ปราโมทย์ ชพานนท์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา