ฎีกา ปี พ.ศ. 2551 แพ่ง
ฎีกาที่ 3797/2551
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ปัญหาว่าการส่งคำบังคับให้จำเลยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เป็นประเด็นในคดีที่จำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบ แม้โจทก์จะมิได้คัดค้านคำร้องของจำเลย ก็เป็นเรื่องที่ศาลจะต้องไต่สวนเพื่อให้ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติในทางหนึ่งทางใดเสียก่อน จึงจะสามารถวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นตามคำร้องของจำเลยได้ว่ามีเหตุสมควรเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบตามที่จำเลยอ้างหรือไม่ กรณีเช่นว่านี้ หากศาลเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จำเป็นที่จะต้องนำพยานหลักฐานนั้นมาสืบเพิ่มเติม ศาลก็มีอำนาจที่จะเรียกพยานหลักฐานใดๆ อันเกี่ยวแก่ประเด็นในคดีมาสืบเพิ่มเติมได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 86 วรรคสาม ดังนั้นการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเรียก ย. ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ศาลผู้ส่งคำบังคับให้แก่จำเลยมาเบิกความในฐานะพยานศาลจึงชอบแล้ว
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 85,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยกับค่าฤชาธรรมเนียมแก่โจทก์ แต่จำเลยไม่ชำระ โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 1472 ตำบลธารประสาท อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ที่จำเลยมีสิทธิครอบครองแล้วขายทอดตลาดไปในราคา 120,000 บาท
จำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบดังกล่าว
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์เป็นพับ
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า การส่งคำบังคับให้แก่จำเลยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า จำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการส่งคำบังคับโดยอ้างว่าเป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ประเด็นตามคำร้องของจำเลยจึงมีว่า การส่งคำบังคับชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ แม้โจทก์จะมิได้คัดค้านคำร้องของจำเลยก็ตาม แต่ปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องที่ศาลจะต้องไต่สวนเพื่อให้ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติในทางหนึ่งทางใดเสียก่อนจึงจะสามารถวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นตามคำร้องของจำเลยได้ว่ามีเหตุสมควรเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบตามที่จำเลยอ้างหรือไม่ กรณีเช่นว่านี้ หากศาลเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จำเป็นที่จะต้องนำพยานหลักฐานนั้นมาสืบเพิ่มเติม ศาลก็มีอำนาจที่จะเรียกพยานหลักฐานใดๆ อันเกี่ยวแก่ประเด็นในคดีมาสืบเพิ่มเติมได้ ทั้งนี้ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 86 วรรคสาม คดีนี้ปรากฏว่านายยงยุทธ์เป็นผู้ส่งคำบังคับให้แก่จำเลย จึงเป็นพยานที่เกี่ยวกับประเด็นตามคำร้อง เมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จำเป็นที่จะต้องสืบพยานปากนี้ก็ย่อมมีอำนาจที่จะมีคำสั่งเรียกนายยงยุทธ์มาเบิกความในฐานะพยานศาลได้ คำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวชอบแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่า จำเลยยื่นคำร้องเมื่อพ้นกำหนดเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสาม และพิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องของจำเลยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยข้ออื่นเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นายไพบูลย์ ลีลาไพบูลย์
จำเลย - นางต้อย ซอกจอหอ - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 27, ม. 86 วรรคสาม
- องค์คณะ
- ประทีป เฉลิมภัทรกุล
วีระชาติ เอี่ยมประไพ
มนูพงศ์ รุจิกัณหะ - ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
- ศาลแขวงนครราชสีมา - นายมณฑล ยอดรัก
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายรังสรรค์ กุลาเลิศ - หมายเลขคดี
- หมายเลขคดีดำ - พ965/2544
หมายเลขคดีแดง - พ1081/2544
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา