ฎีกา ปี พ.ศ. 2536 แพ่ง
ฎีกาที่ 3801/2536
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ผู้ร้องขอให้ปล่อยหุ้นที่ถูกยึด ศาลชั้นต้นยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งและขอทุเลาการบังคับ ดังนี้พอแปลเจตนาได้ว่าผู้ร้องเกรงว่าหุ้นพิพาทอาจถูกขายทอดตลาดในระหว่างอุทธรณ์อันเป็นการบังคับในคดีเดิม จึงประสงค์จะให้มีการงดการขายหรือจำหน่ายหุ้นพิพาทไว้ก่อน ย่อมเป็นการขอให้สั่งคุ้มครองประโยชน์ของผู้ร้องในระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 264 นั่นเอง หากพยานหลักฐานของผู้ร้องฟังได้ว่าการโอนหุ้นมาเป็นของผู้ร้องชอบด้วยกฎหมาย อุทธรณ์ของผู้ร้องก็มีเหตุผลที่ศาลอุทธรณ์อาจมีคำพิพากษาเป็นอย่างอื่นได้ หากไม่งดการขายหรือจำหน่ายหุ้นพิพาทที่โจทก์นำยึดไว้ในระหว่างอุทธรณ์อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ร้องได้ จึงมีเหตุอันสมควรที่จะคุ้มครองประโยชน์ของผู้ร้องในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดหุ้นของจำเลยที่ 2 และที่ 6 ในบริษัทกระเบื้องซุปเปอร์ จำกัด บริษัทแอตแลนติค เทรดดิ้ง จำกัด และบริษัทโรงงานเภสัชกรรม จำกัดรวมจำนวนหุ้นทั้งสิ้น 173,235 หุ้น ผู้ร้องในฐานะผู้มีส่วนได้เสียเพราะเป็นผู้รับโอนหุ้นจำนวนดังกล่าวจากจำเลยที่ 2 และที่ 6จึงขอให้ศาลไต่สวนและมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีปล่อยหุ้นของผู้ร้องเสีย ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้องขอทุเลาการบังคับผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "แม้ผู้ร้องจะขอทุเลาการบังคับเนื่องจากศาลชั้นต้นยกคำร้องของผู้ร้อง ก็พอแปลเจตนาได้ว่า ผู้ร้องเกรงว่าหุ้นพิพาทอาจถูกขายทอดตลาดในระหว่างอุทธรณ์ อันเป็นการบังคับในคดีเดิม จึงประสงค์จะให้มีการงดการขายหรือจำหน่ายหุ้นพิพาทไว้ก่อน กรณีเช่นนี้จึงเป็นการขอให้สั่งคุ้มครองประโยชน์ของผู้ร้องในระหว่างพิจารณา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 264 นั่นเอง คดีจึงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยต่อไปว่ามีเหตุสมควรงดการขายหรือจำหน่ายหุ้นพิพาทไว้ในระหว่างอุทธรณ์หรือไม่ ในข้อนี้เห็นว่า ถ้าพยานหลักฐานของผู้ร้องฟังได้ว่าการโอนหุ้นในบริษัททั้งสามตามหนังสือสัญญาโอนหุ้นเอกสารหมายร.4 ถึง ร.9 ระหว่างผู้ร้องกับจำเลยที่ 2 และที่ 6 ชอบด้วยกฎหมายอุทธรณ์ของผู้ร้องก็มีเหตุผลที่ศาลอุทธรณ์อาจจะมีคำพิพากษาเป็นอย่างอื่นได้ หากไม่งดการขายหรือจำหน่ายหุ้นพิพาทที่โจทก์นำยึดไว้ในระหว่างอุทธรณ์ย่อมอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ร้องได้ จึงมีเหตุอันสมควรที่จะคุ้มครองประโยชน์ของผู้ร้องในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 264 ที่ศาลอุทธรณ์ยกคำร้องของผู้ร้องมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น"พิพากษากลับ ให้งดการขายหรือจำหน่ายหุ้นพิพาทที่โจทก์นำยึดไว้ในระหว่างอุทธรณ์
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด
ผู้ร้อง - นาย ธนะ สงวนดิ สกุล
จำเลย - บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ บางกอก รัษฎา และ ทรัสต์ จำกัด กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 254, ม. 264
- องค์คณะ
- เธียรไท สุนทรนันท
นำชัย สุนทรพินิจกิจ
สนัด หมายสวัสดิ์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา