ฎีกา ปี พ.ศ. 2535 แพ่ง

ฎีกาที่ 3808/2535

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

บ.อุทิศที่ดินพิพาทให้เป็นถนนสาธารณะเพื่อให้ประชาชนใช้ร่วมกันโดยปริยาย ที่ดินพิพาทจึงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันแม้ต่อมาจำเลยซึ่งเป็นผู้ดูแลถนนสาธารณสมบัติของแผ่นดินยังไม่ได้ทำถนนในที่ดินพิพาท และบ.ได้ไปขอออก น.ส.3 ที่ดินพิพาทในนามของตนอีก ก็ไม่ทำให้ที่ดินพิพาทกลับเป็นของ บ.การที่ บ. โอนที่ดินพิพาทให้ป.และ ป.โอนให้โจทก์หาทำให้ ป. และโจทก์ ผู้รับโอนมีสิทธิดีกว่าบ. ผู้โอนไม่.

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบุตรนายบุญและนางพริ้ม เหมือนวงศ์ที่ดินของนายบุญ 1 แปลง ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่380 ตกทอดเป็นมรดกแก่โจทก์ โจทก์ได้ขอออกโฉนดสำหรับที่ดินดังกล่าว จำเลยคัดค้านว่าเป็นที่สาธารณประโยชน์ การกระทำของจำเลยเป็นการโต้แย้งสิทธิโจทก์ ขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องจำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่สาธารณประโยชน์ เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน เป็นส่วนหนึ่งของถนนตัดใหม่ ซึ่งประชาชนใช้เป็นทางสัญจรเป็นเวลา 28 ปีแล้ว หากโจทก์หรือนายบุญเคยครอบครองมาก่อนโจทก์กับนายบุญก็สละสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทโดยอุทิศให้เป็นถนนสาธารณะโดยปริยายแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิครอบครอง ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินโจทก์ต่อไปจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่โจทก์มีสิทธิครอบครองหรือไม่ เห็นว่า...พยานหลักฐานของจำเลยมีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานของโจทก์ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าที่ดินพิพาทนายบุญได้อุทิศให้เป็นถนนสาธารณะเพื่อให้ประชาชนใช้ร่วมกันโดยปริยายตั้งแต่ปี 2498 ที่ดินพิพาทจึงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304ดังนั้นแม้ต่อมาจำเลยซึ่งเป็นผู้ดูแลถนนสาธารณสมบัติของแผ่นดินยังไม่ได้ทำถนนในที่ดินพิพาท และนายบุญกลับไปขอออก น.ส.3 ที่ดินพิพาทในนามของตนอีกหรือแม้จะฟังว่านายเคล้าผู้อาศัยในที่ดินพิพาทยอมรับว่าที่ดินพิพาทเป็นกองมรดกของนายบุญก็ตาม ก็หาทำให้ที่ดินพิพาทซึ่งเป็นถนนสาธารณะซึ่งพลเมืองใช้ร่วมกันกลายเป็นของนายบุญอีกไม่ การที่นายบุญโอนที่ดินพิพาทให้นายปล่องและนายปล่องโอนให้โจทก์ในเวลาต่อมา หาทำให้นายปล่องและโจทก์ผู้รับโอนมีสิทธิดีกว่านายบุญผู้โอนไม่ ที่ดินพิพาทยังคงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันเช่นเดิม ที่โจทก์ฎีกาว่านายบุญยังไม่ได้อุทิศที่ดินพิพาทให้เป็นถนนสาธารณประโยชน์เพราะไม่ได้ทำเป็นหนังสือนั้น เห็นว่า การอุทิศที่ดินให้เป็นถนนสาธารณประโยชน์อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันโดยปริยายนั้น หาจำเป็นต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ การอุทิศดังกล่าวย่อมมีผลสมบูรณ์เช่นกัน ที่โจทก์ฎีกาอีกว่าในการทำนิติกรรมการโอนที่ดินพิพาทระหว่างนายบุญกับนายปล่องและระหว่างนายปล่องกับโจทก์ จำเลยไม่ได้คัดค้าน ย่อมถือว่าที่ดินพิพาทยังเป็นของนายบุญและโจทก์เป็นผู้ครอบครองตลอดมา ไม่ตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้นเห็นว่า การที่จำเลยไม่คัดค้าน อาจเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ของจำเลยพลั้งเผลอ หรืออาจเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ของจำเลยสมัยนั้นไม่ละเอียดเพียงพอในการตรวจสอบโดยไม่ได้ตรวจสอบที่ดินรอบที่ดินพิพาทคือที่ดินตามโฉนดเลขที่ 1273, 2927, 2251, 6104, 2499และ 2563 เอกสารหมาย ล.4 ถึง ล.6 จึงไม่ทราบก็เป็นได้ ทั้งการอุทิศที่ดินพิพาทของนายบุญก็กระทำโดยปริยาย มิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติวิสัยแต่อย่างใด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาย มนตรี เหมือน วงศ์
จำเลย - เทศบาล เมือง สุราษฎร์ธานี
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 525, ม. 1304
องค์คณะ
เพี้ยน พุทธสุอัตตา
บุญศรี กอบบุญ
เสมอ อินทรศักดิ์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา