ฎีกา ปี พ.ศ. 2534 อาญา
ฎีกาที่ 3827/2534
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
จำเลยวางแผนการที่จะฆ่าผู้ตายและผู้เสียหายเพื่อจะเอาทรัพย์มาตั้งแต่เวลาประมาณ 11 นาฬิกา เมื่อมีโอกาสจึงฆ่าผู้ตายก่อน โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ทรัพย์จากผู้ตายหรือไม่ แล้วจำเลยจึงฆ่าผู้เสียหายและเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไป แต่ผู้เสียหายไม่ตายตามพฤติการณ์เห็นได้ว่าจำเลยกระทำต่อผู้ตายและผู้เสียหายด้วยเจตนาอันเดียวกันและเป็นการกระทำต่อเนื่องกันถือได้ว่าเป็นการกระทำในคราวเดียวกัน จึงเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทมิใช่หลายกรรมต่างกัน
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 80,91, 288, 289, 335 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2525 มาตรา 11 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 และขอให้ริบไม้และเชือกของกลางจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4), (6), 289(4),(6) ประกอบด้วยมาตรา 80 และมาตรา 335 วรรคสองลงโทษมาตรา 289 ซึ่งเป็นบทหนักตามมาตรา 90 ให้ประหารชีวิต คำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามตามมาตรา 78ประกอบด้วยมาตรา 52 เหลือโทษจำคุกตลอดชีวิต ไม้และเชือกของกลางให้ริบจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ส่วนไม้และเชือกของกลางฟังได้ว่าเป็นของที่คนร้ายได้ใช้ในการกระทำผิด จึงให้ริบโจทก์ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ในคืนวันที่ 6 มิถุนายน 2530นางสุมณฑา เรืองขันธ์ ผู้ตายถูกจำเลยใช้เชือกมัดและใช้ของแข็งทุบตีถึงแก่ความตาย ตามรายงานการชันสูตรพลิกศพท้ายฟ้องและในคืนวันเดียวกันนั้นนางผกาหรือติ๊ก เรืองขันธ์ ผู้เสียหายน้องสาวของผู้ตายก็ถูกจำเลยใช้เชือกรัดคอโดยมีเจตนาฆ่า แต่การกระทำไม่บรรลุผล เพราะผู้เสียหายเพียงแต่สลบ หลังจากนั้นจำเลยได้ลักทรัพย์ของผู้เสียหายไป ปัญหาว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวหรือหลายกรรมต่างกัน เห็นว่าจำเลยวางแผนการที่จะฆ่าผู้ตายและผู้เสียหายเพื่อจะเอาทรัพย์มาตั้งแต่เวลาประมาณ 11 นาฬิกาเมื่อมีโอกาสจึงฆ่าผู้ตายก่อน โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ทรัพย์จากผู้ตายหรือไม่ แล้วจำเลยจึงฆ่าผู้เสียหายและเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไป แต่ผู้เสียหายไม่ถึงแก่ความตาย ตามพฤติการณ์เห็นได้ว่าจำเลยกระทำต่อผู้ตายและผู้เสียหายด้วยเจตนาอันเดียวกันและเป็นการกระทำต่อเนื่องกันถือได้ว่าเป็นการกระทำในคราวเดียวกันจึงเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท มิใช่หลายกรรมต่างกันดังที่โจทก์ฟ้อง ที่ศาลชั้นต้นปรับบทลงโทษจำเลยชอบแล้วพิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ระนอง
จำเลย - นาย บุญ ยืน ทรัพย์ มัง สังข์ - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 90, ม. 91, ม. 289, ม. 335 วรรคสอง
- องค์คณะ
- จรัส อุดมวรชาติ
ไมตรี กลั่นนุรักษ์
อุไร คังคะเกตุ
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา