ฎีกา ปี พ.ศ. 2543 แพ่ง
ฎีกาที่ 383/2543
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
หลังจากจำเลยทั้งสองยื่นคำให้การและศาลภาษีอากรกลางได้นัดชี้สองสถาน และได้ส่งหมายนัดให้ทนายโจทก์ทราบโดยชอบแล้ว ต้องถือว่าโจทก์ทราบวันนัดชี้สองสถานของศาลภาษีอากรกลางแล้ว ในวันนัดชี้สองสถานทนายโจทก์ไม่มาศาลโดยไม่ปรากฏว่ามีเหตุขัดข้อง คงมาแต่ฝ่ายจำเลย ศาลจึงทำการชี้สองสถานไปโดยให้โจทก์มีหน้าที่นำสืบก่อนแล้วให้จำเลยนำสืบแก้ แต่โจทก์มิได้ยื่นบัญชีระบุพยานตามข้อกำหนดคดีภาษีอากร และโจทก์ไม่มาศาล ศาลภาษีอากรกลางจึงสั่งงดสืบพยานโจทก์ได้ และถือว่าโจทก์ได้ทราบกระบวนพิจารณาในวันชี้สองสถานแล้ว โจทก์มิได้ยื่นบัญชีระบุพยานตามข้อกำหนดคดีภาษีอากร และโจทก์ไม่มาศาล ศาลจึงสั่งงดสืบพยานโจทก์ และต่อมาพิพากษาให้โจทก์แพ้คดีมิใช่เป็นกรณีที่ศาลสั่งให้โจทก์ขาดนัดพิจารณา โจทก์จึงไม่มีสิทธิขอพิจารณาใหม่
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่โจทก์จำนวน380,599.31 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และคำสั่งอายัดทรัพย์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 12จำเลยให้การว่า การประเมินของเจ้าพนักงานและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงถูกต้องและชอบด้วยกฎหมายแล้วการยึดและอายัดทรัพย์สินของโจทก์เพื่อชำระหนี้ค่าภาษีอากรค้างเป็นการอาศัยอำนาจตามมาตรา 12 แห่งประมวลรัษฎากร คำสั่งยึดและอายัดจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว ขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์ยื่นคำร้องขอพิจารณาใหม่ศาลภาษีอากรกลางสั่งยกคำร้องโจทก์อุทธรณ์ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยว่าโจทก์มีสิทธิขอพิจารณาใหม่หรือไม่ เห็นว่า หลังจากจำเลยทั้งสองยื่นคำให้การและศาลภาษีอากรกลางได้นัดชี้สองสถานในวันที่ 21 กรกฎาคม 2541และได้ส่งหมายนัดให้ทนายโจทก์ทราบโดยชอบแล้ว ปรากฏตามรายงานการเดินหมายของศาลจังหวัดอุทัยธานี ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2541 ดังนั้นต้องถือว่าโจทก์ทราบวันนัดชี้สองสถานของศาลภาษีอากรกลางแล้ว แต่ในวันชี้สองสถานทนายโจทก์ไม่มาศาลโดยไม่ปรากฏว่ามีเหตุขัดข้องอย่างไรคงมาแต่ฝ่ายจำเลย ศาลจึงทำการชี้สองสถานไปโดยให้โจทก์มีหน้าที่นำสืบก่อนแล้วให้จำเลยนำสืบแก้ แต่ปรากฏว่าโจทก์มิได้ยื่นบัญชีระบุพยานตามข้อกำหนดคดีภาษีอากร และโจทก์ไม่มาศาล ศาลภาษีอากรกลางจึงสั่งงดสืบพยานโจทก์ซึ่งศาลภาษีอากรกลางชอบที่จะกระทำได้ให้ถือว่าโจทก์ได้ทราบกระบวนพิจารณาในวันชี้สองสถานแล้ว ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าการที่โจทก์ไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์ ถือว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาโจทก์ชอบที่จะขอให้พิจารณาใหม่ได้นั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์มิได้ยื่นบัญชีระบุพยานตามข้อกำหนดคดีภาษีอากรและโจทก์ไม่มาศาล ศาลจึงสั่งงดสืบพยานโจทก์ และต่อมาพิพากษาให้โจทก์แพ้คดี จึงมิใช่เป็นกรณีที่ศาลสั่งให้โจทก์ขาดนัดพิจารณา อันจะทำให้โจทก์มีสิทธิขอพิจารณาใหม่ได้พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดศิวพรการโยธา
จำเลย - กรมสรรพากร กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 208
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 — ม. 12, ม. 17, ม. 29 - องค์คณะ
- สบโชค สุขารมณ์
สันติ ทักราล
มงคล ทับเที่ยง
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา