ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 แพ่ง
ฎีกาที่ 3839/2537
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ขณะเสนอคำฟ้อง โจทก์ยังเป็นเจ้าของที่ดินและตึกแถวพิพาทจึงมีอำนาจฟ้อง แม้ภายหลังฟ้องคดีโจทก์จะโอนที่ดินและตึกแถวให้โจทก์ร่วม อำนาจฟ้องของโจทก์ที่บริบูรณ์อยู่แล้วยังคงมีผลอยู่ต่อไป โจทก์ร่วมเป็นผู้รับโอนกรรมสิทธิ์จากโจทก์ เป็นผู้มีส่วนได้เสียในผลแห่งคดี มีสิทธิร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมได้
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างจำเลยได้ทำสัญญาเช่าตึกแถวของโจทก์ เมื่อครบกำหนดตามสัญญาเช่าแล้ว จำเลยเพิกเฉยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินและส่งมอบตึกแถวและที่ดินให้แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ห้ามมิให้จำเลยและบริวารยุ่งเกี่ยวกับตึกแถวและที่ดินดังกล่าวอีกต่อไป ให้จำเลยชำระค่าเสียหายเป็นเงิน33,320 บาท และค่าเสียหายในอัตราเดือนละ 20,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายทรัพย์สิน และส่งมอบตึกแถวและที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์เรียบร้อยจำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินพร้อมตึกแถว จำเลยได้ทำสัญญาเช่าตึกแถวดังกล่าวจริง และไม่ได้ผิดสัญญาเช่าโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ความเสียหายที่โจทก์เรียกร้องมากเกินความเป็นจริงขอให้ยกฟ้องในวันสืบพยานโจทก์ บริษัทอรุณนคร จำกัด ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินและส่งมอบตึกแถวและที่ดินให้แก่โจทก์ร่วมในสภาพเรียบร้อยให้จำเลยชำระค่าเสียหายจำนวน 5,100 บาท แก่โจทก์ กับค่าเสียหายในอัตราเดือนละ 3,000 บาท นับแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2532เป็นต้นไป จนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินพร้อมส่งมอบตึกแถวและที่ดินดังกล่าวในสภาพเรียบร้อยแก่โจทก์ร่วมจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยว่า หลังจากโจทก์ฟ้องคดีแล้ว โจทก์โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมตึกแถวพิพาทให้แก่โจทก์ร่วม จะทำให้อำนาจฟ้องของโจทก์หมดไปหรือไม่และโจทก์ร่วมมีสิทธิขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมได้หรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ขณะที่โจทก์เสนอคำฟ้องต่อศาลโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินและตึกแถวพิพาท โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลย ซึ่งอยู่โดยละเมิดต่อโจทก์ได้ แม้ภายหลังฟ้องคดีแล้วโจทก์จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและตึกแถวพิพาทให้แก่โจทก์ร่วมอำนาจฟ้องของโจทก์ที่บริบูรณ์อยู่แล้วยังคงมีผลอยู่ต่อไป ส่วนโจทก์ร่วมผู้รับโอนกรรมสิทธิ์จากโจทก์เป็นผู้มีส่วนได้เสียในผลแห่งคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(2) ดังนั้นโจทก์ยังคงมีอำนาจฟ้องต่อไปและโจทก์ร่วมมีสิทธิร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมได้ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชอบแล้วฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นาย สุธรรม ลิม อักษร
โจทก์ - โจทก์ร่วม
โจทก์ - บริษัท อรุ ณ นคร จำกัด
จำเลย - นาย เป่งเหลง แซ่อึ้ง - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 55, ม. 57 (2)
- องค์คณะ
- บุญธรรม อยู่พุก
เจริญ นิลเอสงฆ์
สมภพ โชติกวณิชย์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา