ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 อาญา

ฎีกาที่ 3864/2537

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

จำเลยทั้งสองไปงานเทศกาลทำบุญวันสารท ที่วัด ไม่ได้เจตนาร่วมกันไปฆ่าผู้เสียหายมาตั้งแต่แรก เมื่อพบผู้เสียหายที่หน้าศาลาการเปรียญ จำเลยที่ 1 เข้าไปเอาอาวุธปืนจ่อขมับผู้เสียหายเป็นเหตุการณ์ที่จำเลยที่ 2 ไม่คาดคิดมาก่อน โจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นว่าจำเลยทั้งสองปรึกษาร่วมกันฆ่าผู้เสียหายมาก่อนหรือในขณะนั้นเพียงแต่เมื่อกระสุนปืนลั่นถูกผู้เสียหาย ผู้เสียหายแย่งอาวุธปืนจากจำเลยที่ 1 เมื่อ ส. เข้าไปช่วยยกผู้เสียหายออกจากที่เกิดเหตุจำเลยที่ 2 จึงกระโดดเข้าไปถีบผู้เสียหาย เป็นการกระทำที่เกิดขึ้นภายหลังการกระทำของจำเลยที่ 1 จำเลยทั้งสองหนีไปด้วยกันเนื่องจากมาวัดด้วยรถจักรยานยนต์ด้วยกัน และหนีไปหลังจากมีคนมาแยกผู้เสียหายออกจากจำเลยทั้งสองแล้ว พฤติการณ์ยังไม่พอฟังว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 พยายามฆ่าผู้เสียหาย ฟังได้เพียงว่า จำเลยที่ 2ทำร้ายผู้เสียหายไม่ถึงกับเกิดอันตรายแก่กาย

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 80, 288จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วย มาตรา 80, 83 จำเลยที่ 2กระทำความผิดในขณะอายุไม่เกิน 20 ปี เห็นสมควรลดมาตราส่วนโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 ให้จำคุกจำเลยที่ 1มีกำหนด 12 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนดจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 ให้จำคุก 1 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองไปงานเทศกาลทำบุญวันสารท ที่วัดปากสระ ไม่ได้เจตนาร่วมกันไปฆ่าผู้เสียหายมาตั้งแต่แรก เมื่อพบผู้เสียหายที่หน้าศาลาการเปรียญจำเลยที่ 1 เข้าไปใช้อาวุธปืนจ่อที่ขมับซ้ายของผู้เสียหายผู้เสียหายปัด กระสุนปืนจึงลั่น เป็นเหตุการณ์ที่จำเลยที่ 2ไม่คาดคิดมาก่อน โจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นว่าจำเลยทั้งสองปรึกษาร่วมกันฆ่าผู้เสียหายมาก่อนหรือในขณะนั้น เพียงแต่เมื่อกระสุนปืนลั่นถูกผู้เสียหาย ผู้เสียหายแย่งอาวุธปืนจากจำเลยที่ 1 ได้ส่วนกระบอกปืนไป จำเลยที่ 1 ก็กำส่วนด้ามปืนไว้ เมื่อนายสว่างเข้าไปช่วยยกผู้เสียหายออกจากที่เกิดเหตุ จำเลยที่ 2 จึงกระโดดเข้าไปถีบผู้เสียหายซึ่งเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นภายหลังการกระทำของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 กระทำเพียงถีบผู้เสียหายเท่านั้นแม้จำเลยที่ 2 จะหนีไปพร้อมกับจำเลยที่ 1 ก็เนื่องจากมาวัดปากสระด้วยรถจักรยานยนต์ด้วยกัน และหนีไปหลังจากมีคนมาแยกผู้เสียหายออกจากจำเลยทั้งสองแล้ว ไม่ใช่หลบหนีเพราะกลัวคนเห็นหรือฆ่าผู้เสียหายได้สำเร็จ พฤติการณ์ดังได้วินิจฉัยมายังไม่พอฟังว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 พยายามฆ่าผู้เสียหาย คงฟังได้แต่เพียงว่าจำเลยที่ 2 ได้เข้าทำร้ายผู้เสียหายโดยถีบผู้เสียหายเท่านั้น ซึ่งก็ไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายจากการกระทำของจำเลยที่ 2พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด พัทลุง
จำเลย - นาย วินิชหรือวินิจ อิสโม กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 80, ม. 83, ม. 288, ม. 391
องค์คณะ
สมภพ โชติกวณิชย์
ประสิทธิ์ แสนศิริ
ทวิช กำเนิดเพ็ชร์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา