ฎีกา ปี พ.ศ. 2535 แพ่ง
ฎีกาที่ 3891/2535
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยผิดสัญญาซื้อขายโดยส่งมอบสิ่งของล่าช้าและส่งมอบสิ่งของบางส่วนไม่ตรงตามที่ตกลงซื้อขายกัน ขอให้บังคับจำเลยชำระเบี้ยปรับตามสัญญา เป็นการฟ้องเรียกค่าเสียหายที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้าในสัญญา เป็นเบี้ยปรับซึ่งมีอายุความ 10 ปี มิใช่เป็นการฟ้องเพื่อให้รับผิดในการส่งมอบทรัพย์ขาดตกบกพร่องหรือล้ำจำนวนซึ่งมีอายุความ 1 ปี ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 467
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ได้ทำสัญญาซื้อขายหลอดวิทยุจำนวน 2 รายการ โดยกำหนดส่งมอบของภายในวันที่ 16เมษายน 2526 ในสัญญาข้อ 8 กำหนดว่า เมื่อครบกำหนดเวลาส่งมอบสิ่งของตามสัญญานี้ ถ้าผู้ขายไม่ส่งมอบสิ่งของที่ตกลงขายให้แก่ผู้ซื้อ หรือส่งมอบสิ่งของทั้งหมดไม่ถูกต้องหรือส่งมอบสิ่งของไม่ครบจำนวน ผู้ซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้และในสัญญาข้อ 9 กำหนดว่าในกรณีที่ผู้ซื้อไม่ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาตามข้อ 8 ผู้ขายยอมให้ผู้ซื้อปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.2 ของราคาสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบนับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดตามสัญญา จนถึงวันที่ผู้ขายได้นำสิ่งของมาส่งให้แก่ผู้ซื้อจนถูกต้องครบถ้วน หรือจนถึงวันที่ผู้ซื้อบอกเลิกสัญญา ในระหว่างที่มีการปรับนั้น ถ้าผู้ซื้อเห็นว่าผู้ขายไม่อาจปฏิบัติตามสัญญาต่อไปได้ ผู้ซื้อจะใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาและริบหลักประกันก็ได้ ต่อมาจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาไม่สามารถส่งมอบของให้แก่โจทก์ได้ตามวันและเวลาที่ตกลงกันไว้ โจทก์จึงได้เตือนให้จำเลยที่ 1 รีบดำเนินการส่งมอบของดังกล่าว ต่อมาจำเลยที่ 1 ได้ส่งมอบสิ่งของตามรายการที่ 1 ส่วนของตามรายการที่ 2นั้น จำเลยที่ 1 ส่งมอบไม่ถูกต้องตามสัญญา โจทก์จึงไม่รับไว้และส่งคืนให้จำเลยที่ 1 ไป และแจ้งให้จำเลยที่ 1 ส่งมอบใหม่ให้ถูกต้องตามสัญญา ต่อมาจำเลยที่ 1 ได้ส่งมอบสิ่งของตามรายการที่ 2 ขาดจำนวนไป 3 หลอดแต่ต่อมาจำเลยที่ 1 ไม่ส่งมอบหลอดวิทยุจำนวนที่ยังขาดอีก 3 หลอดแต่อย่างใดโจทก์จึงบอกเลิกสัญญา รวมเบี้ยปรับเป็นเงินจำนวน 15,153.30 บาท จำเลยที่ 2 ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 จะต้องรับผิดเต็มจำนวน ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเบี้ยปรับจำนวน 15,153.30 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประเด็นในวันนัดสืบพยานจำเลยทั้งสองรับว่าเบี้ยปรับหรือค่าเสียหายมีจำนวนตามฟ้อง และสละข้อต่อสู้ในประเด็นอื่น โดยขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดเพียงประเด็นเดียวว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความแล้วหรือไม่โดยคู่ความไม่ติดใจสืบพยานอีกต่อไปศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเบี้ยปรับจำนวน 15,153.30 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเบี้ยปรับตามสัญญาในกรณีที่จำเลยผิดสัญญาส่งมอบสิ่งของหลอดวิทยุให้แก่โจทก์ล่าช้าและส่งมอบสิ่งของบางส่วนไม่ตรงตามที่ตกลงซื้อขายกันอันเป็นการฟ้องเรียกค่าเสียหายที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้าในสัญญาเป็นเบี้ยปรับซึ่งมีอายุความสิบปี หาใช่เป็นการฟ้องเพื่อให้รับผิดในการส่งมอบทรัพย์ขาดตกบกพร่องหรือล้ำจำนวนซึ่งมีอายุความหนึ่งปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 467 ไม่ นับแต่วันแรกที่โจทก์อาจบังคับสิทธิเรียกร้องถึงวันที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้ เป็นระยะเวลาภายในกำหนดสิบปี ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความพิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - กรมการบินพาณิชย์
จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด วิริยะวิศว การ กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 164, ม. 467
- องค์คณะ
- นำชัย สุนทรพินิจกิจ
สุชาติ สุขสุมิตร
สนัด หมายสวัสดิ์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา