ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 แพ่ง
ฎีกาที่ 392/2537
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
คำขอให้พิจารณาใหม่ต้องกล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งเหตุที่คู่ความได้ขาดนัดและข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลและในกรณีที่ยื่นคำขอล่าช้าภายหลังครบกำหนดสิบห้าวันนับจากวันที่ได้ส่งคำบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งให้แก่จำเลยแล้วคำขอให้พิจารณาใหม่ต้องกล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งถึงเหตุที่ไม่อาจยื่นคำขอภายในสิบห้าวันดังกล่าว โดยพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้อันจะทำให้ผู้ขอมีสิทธิยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่พฤติการณ์นั้นได้สิ้นสุดลงด้วย
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ต้นเงินแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ตามฟ้องจำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยมิได้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ภายในกำหนดสิบห้าวันนับจากวันที่ได้ส่งคำบังคับตามคำพิพากษาให้แก่จำเลยและไม่ปรากฏว่ามีพฤติการณ์นอกเหนือที่จำเลยไม่อาจยื่นคำร้องภายในกำหนดดังกล่าว ให้ยกคำร้องของจำเลยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดีโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีประเด็นในชั้นนี้ว่า คำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยชอบด้วยกฎหมายในอันที่จะต้องรับไว้พิจารณาหรือไม่เห็นว่าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 208 วรรคสอง บัญญัติว่า "คำขอเช่นว่านี้ให้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งเหตุที่คู่ความได้ขาดนัดและข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลและในกรณียื่นคำขอล่าช้า เหตุแห่งการล่าช้านั้นด้วย"ดังนี้คำร้องขอให้พิจารณาใหม่จะต้องกล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งเหตุที่คู่ความได้ขาดนัดและข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล และกรณียื่นคำร้องนั้นล่าช้ากว่ากำหนดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208ต้องกล่าวถึงเหตุที่ยื่นคำร้องล่าช้ามาด้วย คดีนี้ศาลชั้นต้นได้ส่งคำบังคับให้จำเลยโดยชอบโดยส่งให้แก่บุคคลที่มีอายุเกินยี่สิบปี ซึ่งอยู่บ้านเดียวกันกับจำเลยเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2534จำเลยต้องยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ภายในสิบห้าวันนับจากวันที่ได้ส่งคำบังคับตามคำพิพากษาให้แก่จำเลยคือต้องยื่นระหว่างวันที่ 1 ถึง 15 กันยายน 2534 แต่จำเลยยื่นวันที่28 กุมภาพันธ์ 2535 เกินกำหนดเวลาสิบห้าวัน โดยคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งแต่เพียงเหตุที่จำเลยได้ขาดนัดและข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลเท่านั้น ส่วนในกรณีที่ยื่นคำขอล่าช้าจำเลยมิได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งว่าจำเลยไม่อาจยื่นคำร้องภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ข้างต้น โดยพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้อันจะทำให้จำเลยมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่พฤติการณ์นั้นได้สิ้นสุดลงคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายในอันที่จะรับไว้พิจารณาศาลชั้นต้นจึงยกคำร้องของจำเลยเสียได้โดยไม่จำต้องไต่สวน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นพิพากษากลับ ให้ยกคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลย
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นาย กิตติเดช จิยะพงษ์
จำเลย - นาง สุพิน สิงห์ รี วงศ์ - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 208
- องค์คณะ
- ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์
นิเวศน์ คำผอง
สุนพ กีรติยุติ
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา