ฎีกา ปี พ.ศ. 2534

ฎีกาที่ 3941/2534

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

โจทก์มิได้ยื่นบัญชีระบุพยานต่อศาลก่อนวันชี้สองสถานไม่น้อยกว่า 7 วัน ตามที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดคดีภาษีอากร ข้อ 8วรรคแรก โดยอ้างเหตุว่าจำวันนัดชี้สองสถานคลาดเคลื่อนไปและเพิ่งพบเอกสารต่าง ๆ ที่จะระบุพยานนั้น สำหรับข้ออ้างว่าจำวันนัดผิดมิใช่ข้ออ้างอันสมควรแก่เรื่องตามข้อกำหนดคดีภาษีอากรส่วนที่อ้างว่าเพิ่งค้นพบเอกสารต่าง ๆ ที่จะขอระบุพยานนั้นเป็นข้ออ้างที่ไม่ตรงต่อความจริง กรณีไม่มีเหตุอันสมควรที่จะอนุญาตให้โจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานได้ตามที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดคดีภาษีอากร ข้อ 8วรรคสี่.

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้อง ขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเลขที่ 6622-1-01906และ 6622-1-01907 ลงวันที่ 11 สิงหาคม 2531 และเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามแบบ ภ.ส.7 เลขที่กค.0846/5204/2532 และเลขที่ กค.0846/2502/2532 ลงวันที่ 6กันยายน 2532จำเลยทั้งสี่ให้การว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบด้วยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายแล้วศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานและงดสืบพยานโจทก์ แล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า คำสั่งของศาลภาษีอากรกลางที่ไม่อนุญาตให้โจทก์ระบุพยานนั้นชอบหรือไม่และการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ในปัญหาแรกนั้น ศาลภาษีอากรกลางกำหนดวันชี้สองสถานวันที่14 ธันวาคม 2532 ทนายโจทก์ทราบวันนัดชี้สองสถานโดยเป็นผู้รับหมายไว้เองเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2532 ตามรายงานเจ้าหน้าที่ลงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2532 โจทก์ยื่นคำร้องลงวันที่ 12 ธันวาคม2532 พร้อมกับบัญชีระบุพยาน ขออนุญาตยื่นบัญชีระบุพยานศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งว่า กรณีตามคำร้องของโจทก์ไม่ใช่เหตุอันสมควรตามข้อกำหนดคดีภาษีอากร ข้อ 8 จึงไม่อนุญาต ยกคำร้องเห็นว่า ทนายโจทก์เป็นผู้รับหมายแจ้งวันนัดชี้สองสถานด้วยตนเองและได้ทราบล่วงหน้าถึงกำหนดวันนัดชี้สองสถานเป็นเวลาถึงหนึ่งเดือนเศษแต่โจทก์มิได้ยื่นบัญชีระบุพยานต่อศาลก่อนวันชี้สองสถานไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ตามที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดคดีภาษีอากร ข้อ 8 วรรคแรกโจทก์มายื่นคำร้องขออนุญาตยื่นบัญชีระบุพยานเมื่อวันที่ 12ธันวาคม 2532 โดยอ้างเหตุในคำร้องว่า จำวันที่ที่ศาลนัดชี้สองสถานคลาดเคลื่อนไป และเพิ่งค้นพบเอกสารต่าง ๆ ที่จะระบุพยาน ข้ออ้างอย่างนี้เป็นที่เห็นได้ว่า มิได้มีเหตุอันสมควรที่ไม่สามารถยื่นบัญชีระบุพยานตามกำหนดเวลาดังกล่าวได้ ข้อกำหนดคดีภาษีอากรข้อ 8ดังกล่าว มีความมุ่งหมายจะให้การดำเนินคดีภาษีอากรเป็นไปอย่างรวดเร็วและครบถ้วนตามหลักฐานที่จะใช้ในคดี ข้ออ้างว่าจำวันนัดผิดนั้น เป็นข้ออ้างที่ไม่อาจยกขึ้นเป็นข้อแก้ตัวได้ เพราะข้ออ้างอย่างนี้เป็นข้อที่ใคร ๆ ก็อ้างขึ้นมาได้ จึงมิใช่ข้ออ้างอันสมควรแก่เรื่องตามข้อกำหนดภาษีอากรดังกล่าว ส่วนที่อ้างว่าเพิ่มค้นพบเอกสารต่าง ๆ ที่จะขอระบุพยานนั้น เมื่อได้พิจารณาถึงพยานที่โจทก์ขอระบุมาในบัญชีระบุพยาน พร้อมกับคำร้องนั้น ลักษณะของพยานเอกสารที่อ้างก็เป็นที่เห็นได้ว่า โจทก์รู้อยู่แล้วว่ามีพยานเอกสารนั้น ๆ อยู่ ข้ออ้างของโจทก์ส่วนนี้จึงเป็นข้ออ้างที่ไม่ตรงต่อความเป็นจริงกรณีจึงไม่มีเหตุอันสมควรอย่างใดที่จะอนุญาตให้โจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานได้ตามที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดคดีภาษีอากรข้อ 8 วรรคสี่..."พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาย สม ชาย จง สุวณิชย์
จำเลย - กรมสรรพากร กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 — ม. 20
องค์คณะ
อุดม เฟื่องฟุ้ง
ก้าน อันนานนท์
เพ็ง เพ็งนิติ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา