ฎีกา ปี พ.ศ. 2541 แพ่ง
ฎีกาที่ 3946/2541
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
แม้ลูกหนี้ที่ 4 จะมิได้ลงลายมือชื่อในสัญญากู้ยืม ที่เจ้าหนี้อ้างประกอบคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ แต่ข้อเท็จจริงก็ฟังได้ยุติตามคำพิพากษาศาลฎีกา ซึ่งลูกหนี้ที่ 4 เป็นจำเลยร่วมอยู่ด้วยว่า ลูกหนี้ที่ 4 เป็น กรรมการของบริษัทฯ จำเลยที่ 1 เป็นผู้ร่วมกระทำความผิด กับจำเลยที่ 1 ตาม พระราชกฤษฎีกาการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกง ประชาชน พ.ศ. 2527 มาตรา 4 และ 5 ดังนั้น ลูกหนี้ที่ 4 จึงเป็นผู้กู้ยืมตามนัยแห่ง พระราชกฤษฎีกา ดังกล่าวและต้องรับผิดตาม สัญญากู้ยืมต่อเจ้าหนี้ จะอ้างว่าไม่ต้องรับผิดเพราะไม่ได้ ลงลายมือชื่อในสัญญากู้ยืมหาได้ไม่
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย) ที่ 1 ถึงที่ 5 เด็ดขาด เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2537 เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินเป็นจำนวนเงิน 120,000 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 ถึงที่ 5 รายละเอียดตามบัญชีท้ายคำขอรับชำระหนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 104 แล้ว ไม่มีผู้ใดโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้รายนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้ว มีความเห็นให้เจ้าหนี้รับชำระหนี้เงินกู้ยืม 120,000 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 ถึงที่ 5 ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 130(8) ตามคำขอโดยมีเงื่อนไขว่า หากเจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของนาวาอากาศตรีหญิงปะอร มีสัจจี แล้วเพียงใด ก็ให้สิทธิที่จะได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 ถึงที่ 5 ลดลงเพียงนั้นศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามความเห็นและเงื่อนไขที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดลูกหนี้ที่ 4 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้เฉพาะในส่วนที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 4 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้วคดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่าเจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 4 หรือไม่ เห็นว่า แม้ตามสัญญากู้ยืมลงวันที่ 30 พฤษภาคม 2528 ที่เจ้าหนี้อ้างประกอบคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นั้น ลูกหนี้ที่ 4 จะมิได้ลงลายมือชื่อในสัญญากู้ยืมก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงก็ฟังได้ยุติตามคำพิพากษาฎีกาที่ 5071/2540 ระหว่าง พนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์บริษัททองนพเก้า จำกัด กับพวก จำเลย ซึ่งลูกหนี้ที่ 4 เป็นจำเลยร่วมอยู่ด้วยโดยศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ลูกหนี้ที่ 4 เป็นกรรมการของบริษัทฯ ของจำเลยที่ 1 เป็นผู้ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 4 ตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 มาตรา 4 และ 5 ดังนั้น แม้ลูกหนี้ที่ 4 จะมิได้ลงชื่อในสัญญากู้ยืมลูกหนี้ที่ 4 ก็เป็นผู้กู้ยืมตามนัยแห่งพระราชกำหนดดังกล่าวและต้องรับผิดตามสัญญากู้ยืมต่อเจ้าหนี้ลูกหนี้ที่ 4 จะอ้างว่าไม่ต้องรับผิด เพราะไม่ได้ลงลายมือชื่อในสัญญากู้ยืมหาได้ไม่ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำขอรับชำระหนี้เฉพาะในส่วนที่ศาลชั้นต้นให้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 4 นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฟังขึ้น"พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 4 ด้วย ตามเงื่อนไขของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ลูกหนี้ที่ 4 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาแทนเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ โดยหักจากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 4
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด
โจทก์ - เจ้าหนี้
โจทก์ - พันจ่าอากาศเอก รณชัย มหาวีรวัฒน์
จำเลย - บริษัท ทอง นพ เก้า จำกัด กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 653
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 — ม. 91
พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 — ม. 4, ม. 5 - องค์คณะ
- ศิริชัย สวัสดิ์มงคล
สมชัย สายเชื้อ
วินัส เรืองอำพัน
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา