ฎีกา ปี พ.ศ. 2534
ฎีกาที่ 3960/2534
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
คำสั่งไม่รับคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 91 เป็นการกระทำหรือคำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่กฎหมายให้อำนาจไว้มิใช่เพียงความเห็นที่เสนอต่อศาลเพื่อพิจารณาสั่งเท่านั้น ผู้ร้องซึ่งได้รับความเสียหายชอบที่จะยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องคัดค้านคำสั่งดังกล่าวต่อศาลภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ได้ทราบการกระทำหรือคำวินิจฉัยนั้นตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 146.
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้ลูกหนี้ (จำเลย) ล้มละลายศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ไว้เด็ดขาดแล้วเมื่อวันที่14 เมษายน 2531 ผู้ร้องยืนคำขอรับชำระหนี้คำ้ประกันและเบิกเงินเกินบัญชีจำนวน 8,163,914.37 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งไม่รับคำขอรับชำระหนี้โดยอ้างว่าผู้ร้องยื่นเกินกำหนด 2 เดือน นับแต่วันประกาศโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งเป็นการโฆษณาคำสั่งครั้งหลังสุดผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ชี้ขาดคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่า การไม่รับคำขอรับชำระหนี้ของผู้ร้องชอบหรือไม่ และผู้ร้องมีสิทธิได้รับชำระหนี้หรือไม่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องยื่นคำขอรับชำระหนี้เกินกำหนด 2 เดือน นับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และผู้ร้องทราบคำสั่งแล้วไม่คัดค้านใน14 วัน นับแต่วันที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งไม่รับคำขอรับชำระหนี้ จึงล่วงเลยระยะเวลาที่จะร้องคัดค้านแล้ว ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และให้ผู้ร้องมีสิทธิรับชำระหนี้ของลูกหนี้ได้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ไม่รับคำขอรับชำระหนี้ของผู้ร้องผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ได้ฟ้องขอให้ลูกหนี้ล้มละลายเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2531 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้เด็ดขาดเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2531 ตามคดีหมายเลขแดงที่ล.3/2531 ของศาลชั้นต้น และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ประกาศโฆษณาคำสั่งศาลในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 24 พฤษภาคม 2531 ส่วนผู้ร้องได้ฟ้องขอให้ลูกหนี้ล้มละลายซ้ำอีกที่ศาลชั้นต้นเดียวกัน เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2531 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้เด็ดขาดเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2531 ตามคดีหมายเลขแดงที่ล.6/2531 ของศาลชั้นต้น แต่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยังมิได้ประกาศโฆษณาคำสั่งศาล ใน ราชกิจจานุเบกษา ต่อมาวันที่ 19 ตุลาคม 2531ผู้ร้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีหมายเลขแดงที่ ล.3/2531 ของศาลชั้นต้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งไม่รับคำขอรับชำระหนี้เนื่องจากผู้ร้องยื่นเกินกำหนด 2 เดือน นับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และผู้ร้องทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2531 ต่อมาวันที่28 พฤศจิกายน 2531 ผู้ร้องยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่สั่งไม่รับคำขอรับชำระหนี้เกินกำหนดเวลา14 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง ดังนี้ ศาลฎีกาเห็นว่า คำสั่งไม่รับคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 91 เป็นการกระทำหรือคำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่กฎหมายให้อำนาจไว้ มิใช่เพียงความเห็นที่เสนอต่อศาลเพื่อพิจารณาสั่งเท่านั้น ซึ่งมาตรา 146แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 บัญญัติให้บุคคลล้มละลายเจ้าหนี้หรือบุคคลใดได้รับความเสียหายโดยการกระทำหรือคำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ อาจยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลภายในกำหนดเวลา 14 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบการกระทำหรือคำวินิจฉัยนั้นเมื่อผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลเกินกำหนดเวลาเช่นนี้ ศาลชอบที่จะไม่รับคำร้องไม่พิจารณา เมื่อได้วินิจฉัยเช่นนี้แล้ว จึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของผู้ร้องต่อไปพิพากษายืน.
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - ธนาคาร แสตนดาร์ดชาร์เตอร์ จำกัด
ผู้ร้อง - บริษัท สาม ชัย จำกัด
ผู้คัดค้าน - เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์
จำเลย - บริษัท ดี . ซี.ไอ . จำกัด - กฎหมายที่อ้าง
- พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 — ม. 91, ม. 146
- องค์คณะ
- สมชัย ศิริบุตร
สวิน อักขรายุธ
ราเชนทร์ จัมปาสุต
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา