ฎีกา ปี พ.ศ. 2542 แพ่งและอาญา
ฎีกาที่ 3970/2542
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
แม้คดีไม่ต้องห้ามมิให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงก็ตาม แต่จำเลยให้การรับสารภาพต่อศาล เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย จำเลยมิได้อุทธรณ์ว่าศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยสูงเกินไป แสดงว่าจำเลยพอใจกับโทษที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้แล้ว แต่เมื่อโจทก์อุทธรณ์และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยกลับมายื่นฎีกาคัดค้านว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยสูงเกินไป ถือได้ว่าข้อที่จำเลยยกขึ้นฎีกาดังกล่าวจำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ จึงต้องห้ามมิให้จำเลยฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2540 เวลากลางวัน จำเลยผลิตเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 โดยนำเมทแอมเฟตามีนจำนวน 99 เม็ด แบ่งบรรจุใส่หลอดกาแฟหลอดละ 1 ถึง 3 เม็ด แล้วใช้เทียนไขจุดไฟลนปิดหัวท้ายรวม 51 หลอด กับนำเมทแอมเฟตามีนจำนวน 2 เม็ดเตรียมไว้บรรจุหลอดกาแฟอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวรวมจำนวน 101 เม็ด น้ำหนัก 8.08 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวจำนวน 2 เม็ด ไม่ทราบน้ำหนัก ให้แก่ผู้มีชื่อในราคา 140 บาท โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 15, 65, 66, 67, 102ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 33 และริบของกลาง กับคืนธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อแก่เจ้าของจำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 65 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานผลิตเมทแอมเฟตามีน และฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้จำคุกตลอดชีวิต ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 ปี จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53ฐานผลิตเมทแอมเฟตามีน คงจำคุก 25 ปี ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนโดยไม่ได้รับอนุญาต คงจำคุก 3 ปี รวมจำคุก 28 ปี ริบของกลางและคืนธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อแก่เจ้าของโจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่ายศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยฎีกาว่า จำเลยรู้สำนึกในการกระทำผิดแล้วพยายามบรรเทาผลร้ายโดยได้รับสารภาพตลอดมาตั้งแต่ชั้นจับกุม ชั้นสอบสวนและชั้นศาล แต่โทษจำคุกที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 กำหนด ยังเป็นโทษที่สูง ขอให้พิจารณาลงโทษจำเลยน้อยกว่าโทษของศาลล่างทั้งสอง เห็นว่า คดีนี้จำเลยให้การรับสารภาพต่อศาล เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย จำเลยมิได้อุทธรณ์ว่าศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยสูงเกินไป แสดงว่าจำเลยพอใจกับโทษที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้แล้ว แต่เมื่อโจทก์อุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยกลับมายื่นฎีกาคัดค้านว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 ลงโทษจำเลยสูงเกินไป ถือได้ว่าข้อที่จำเลยยกขึ้นฎีกาดังกล่าวจำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงต้องห้ามมิให้จำเลยฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่งประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาของจำเลย
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดลำปาง
จำเลย - นาง ศรีมัย มาปลูก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 15, ม. 218 วรรคหนึ่ง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 249 - องค์คณะ
- สุวัฒน์ วรรธนะหทัย
วิรัตน์ ลัทธิวงศกร
ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา