ฎีกา ปี พ.ศ. 2540 แพ่ง

ฎีกาที่ 3996/2540

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาย่อมขอให้บังคับคดีเอาชำระหนี้จากทรัพย์สินในกองมรดกของจำเลยได้โดยไม่ต้องรอ ให้มีผู้จัดการมรดกหรือแบ่งมรดกระหว่างทายาทของจำเลยก่อนดังนั้น การที่ผู้ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของจำเลย แม้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะคัดค้านและขอให้ศาลตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดกของจำเลย และคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลก็ตามกรณีก็หาใช่เหตุสมควรที่ศาลจะสั่งงดการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292(2) ไม่

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยชำระเงินให้แก่โจทก์ทั้งห้าและผู้ร้องสอดฝ่ายละ 10,000,000 บาท โดยแบ่งชำระภายในวันที่ 5 มกราคม 2538 ฝ่ายละ 3,000,000 บาท ภายในวันที่ 5กรกฎาคม 2538 ฝ่ายละ 3,000,000 บาท และภายในวันที่ 5 มกราคม 2539 ฝ่ายละ 4,000,000 บาท หากผิดนัดงวดหนึ่งงวดใดให้ถือว่าผิดนัดทุกงวด ให้โจทก์ทั้งห้าและผู้ร้องสอดบังคับคดีได้ทันที นอกจากนี้ จำเลยยอมยกกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 11994 ตำบลหนองปรืออำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เนื้อที่ 34 ตารางวา พร้อมสิ่งปลูกสร้าง และโฉนดเลขที่ 59794 ตำบลคลองเตย อำเภอพระโขนงกรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 12 ตารางวา พร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่โจทก์ทั้งห้า กับยกกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 10245 ตำบลศีรษะจระเข้ (ศีรษะจระเข้ใหญ่) อำเภอบางพลี (บางพลีใหม่)จังหวัดสมุทรปราการ เนื้อที่ 35 ไร่ 3 งาน 48 ตารางวา ให้แก่ผู้ร้องสอดโดยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้เมื่อจำเลยถึงแก่กรรม และให้ถือเอาคำพิพากษาตามยอมเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยและให้ยกเลิกพินัยกรรมของจำเลยทั้งหมดในทรัพย์สินส่วนที่ตกลงกันนี้ ฯลฯคดีถึงที่สุดต่อมาโจทก์ทั้งห้าและผู้ร้องสอดยื่นคำขอว่า จำเลยผิดนัดไม่ชำระเงินให้แก่ผู้ร้องสอด จึงขอให้ศาลชั้นต้นตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีให้ตามคำขอหลังจากนั้นนายวิชิต ปลั่งศรีสกุล ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่า จำเลยถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2538 และทำพินัยกรรมแต่งตั้งให้ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดก ซึ่งผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ตามคดีหมายเลขดำที่ 5053/2538ขอให้แต่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกรายนี้ แต่จำเลยที่ 2(ที่ถูกโจทก์ที่ 2) ยื่นคำคัดค้านอ้างว่า พินัยกรรมปลอมและขอให้แต่งตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดก ด้วยเหตุที่โจทก์ทั้งห้าเป็นมารดาและบุตรมีส่วนได้เสียในมูลหนี้เดียวกัน ผู้ร้องในฐานะผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมข้างต้น จึงขอให้งดการบังคับคดีและเลื่อนการชำระเงินเฉพาะรายนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความไปจนกว่าคดีดังกล่าวถึงที่สุด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้นัดพร้อมครั้นถึงวันนัด ทนายโจทก์ทั้งห้าแถลงว่า เมื่อจำเลยไม่ชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความถือว่าจำเลยผิดนัด โจทก์ทั้งห้าในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาย่อมมีสิทธิที่จะบังคับคดีต่อไปได้ ศาลชั้นต้นเห็นว่า เมื่อจำเลยไม่ชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความโจทก์ทั้งห้าย่อมมีสิทธิจะขอให้ศาลบังคับคดีให้เป็นไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความได้ จึงให้ยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่าเหตุตามคำร้องสมควรที่จะให้งดการบังคับคดีไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292(2) หรือไม่ พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1734 บัญญัติว่า "เจ้าหนี้กองมรดกชอบแต่จะได้รับการชำระหนี้จากทรัพย์สินในกองมรดกเท่านั้น"มาตรา 1737 บัญญัติว่า "เจ้าหนี้กองมรดกจะบังคับสิทธิเรียกร้องต่อทายาทคนใดก็ได้ แต่ถ้ามีผู้จัดการมรดกให้เจ้าหนี้เรียกเข้ามาในคดีด้วย" และมาตรา 1738 บัญญัติว่า "ก่อนแบ่งมรดก เจ้าหนี้กองมรดกจะบังคับชำระหนี้เต็มจำนวนจากกองมรดกก็ได้ ฯลฯ" จากบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวโจทก์ทั้งห้าในฐานเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาย่อมขอให้บังคับคดีเอาชำระหนี้จากทรัพย์สินในกองมรดกของจำเลยได้โดยไม่ต้องรอให้มีผู้จัดการมรดกหรือแบ่งมรดกระหว่างทายาทของจำเลยก่อน ฉะนั้นการที่ผู้ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของจำเลยแม้โจทก์ที่ 2 จะคัดค้าและขอให้ศาลตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดกของจำเลย และคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลก็ตาม กรณีก็หาใช้เหตุสมควรที่ศาลจะสั่งงดการบังคับคดีไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292(2) ไม่พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาย พินัยพงศ์ กระบิล สิงห์ กับพวก
ผู้ร้อง - นาย วิชิต ปลั่งศ รี สกุล
ผู้ร้อง - ผู้ร้องสอด
ผู้ร้อง - นาง นัย นา กระบิล สิงห์ หรือ จันทร์ เพ็ญ
จำเลย - นาง ทอง ม้วน กระบิล สิงห์
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 1724, ม. 1777, ม. 1738
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 271, ม. 292 (2)
องค์คณะ
บุญธรรม อยู่พุก
ณรงค์ ตันติเตมิก
ปรีชา บูรณะไทย

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา