ฎีกา ปี พ.ศ. 2533 แพ่ง
ฎีกาที่ 4004/2533
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องได้กระทำโดยการปิดหมายในวันหยุดราชการที่ป้ายประกาศของที่ว่าการอำเภอซึ่งมีไว้สำหรับปิดประกาศข่าวสารให้ประชาชนทราบ หมายเรียกและสำเนาคำฟ้องอาจถูกบุคคลอื่นดึงเอาไปก็เป็นได้จำเลยเป็นหน่วยราชการเมื่อข้อเท็จจริงไม่ปรากฎว่าจำเลยได้รับหมายเรียกหรือพบเห็นหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องที่ปิดไว้ จึงต้องฟังว่าจำเลยไม่ได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การ
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เสนอยกตลาดสดพร้อมที่ดินของโจทก์ให้แก่จำเลย โดยมีเงื่อนไขว่าโจทก์จะเก็บค่าแผงลอยจากผู้มาอยู่ประมาณร้อยละ 40 ของราคาค่าก่อสร้างตลาด แต่จำเลยจะต้องวางท่อประปาและเดินสายไฟฟ้าเข้าในตลาด จำเลยต้องจัดยามพนักงานรักษาความสะอาด จ่ายค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้าจัดแม่ค้าหาบแร่เข้าไปขายตลอดจนกำหนดรถยนต์โดยสารวิ่งเข้าไปจอดแวะรับส่งคนโดยสารในตลาดสด คณะกรรมการจำเลยมีมติรับตามเงื่อนไขของโจทก์ ครั้นวันที่ 11 เมษายน 2522 โจทก์ได้ทำหนังสือจดทะเบียนแยกที่ดินและตลาดสดให้แก่จำเลย นับแต่จำเลยรับการยกให้แล้ว จำเลยมิได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข เป็นการผิดเงื่อนไขข้อตกลงต่างตอบแทนเป็นการผิดสัญญา ขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนการให้ที่ดินและตลาดสดตามหนังสือยกให้ลง วันที่ 11 เมษายน 2522 ระหว่างโจทก์กับจำเลยและให้จำเลยคืนทรัพย์สินแก่โจทก์จำเลยไม่ยืนคำให้การภายในกำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ นัดสืบพยานโจทก์ ก่อนวันนัดสืบพยานโจทก์ จำเลยยื่นคำร้องว่าไม่ได้รับหมายเรียกและสำเนาฟ้องของโจทก์ การส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องกระทำโดยวิธีปิดหมายในวันหยุดราชการ หมายเรียกและสำเนาฟ้องอาจสูญหายไป จำเลยเป็นส่วนราชการหากได้รับหมายเรียกและสำเนาฟ้องย่อมจะต้องต่อสู้คดีตามกฎหมาย ขอศาลอนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การ โจทก์แถลงคัดค้านว่า การส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องกระทำโดยชอบด้วยกฎหมายโดยปิดหมายเรียก ณ ภูมิลำเนาของจำเลยซึ่งเป็นสถานที่ราชการหมายเรียกและสำเนาฟ้องจะสูญหายจึงเป็นไปไม่ได้จำเลยจงใจไม่ยื่นคำให้การศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งว่าจำเลยไม่มีเจตนาที่จะขาดนัดคำให้การอนุญาตให้จำเลยให้การได้ภายใน 8 วันโจทก์ยื่นคำแถลงคัดค้านคำสั่งของศาลชั้นต้นจำเลยให้การว่า โจทก์ยกที่ดินและตลาดสดให้จำเลยจริงแต่เป็นการยกให้โดยปราศจากเงื่อนไข โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกทรัพย์ที่ให้คืน จำเลยไม่ได้กระทำการใด ๆ ที่เป็นการผิดข้อตกลงตามที่โจทก์กล่าวอ้าง โจทก์ยกที่ดินและตลาดให้จำเลยเพื่อเป็นการสาธารณะทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดินแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกคืน ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์คำสั่งและคำพิพากษาศาลชั้นต้นศาลอุทธรณ์พิพากษายืน แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะนำคำฟ้องมายื่นใหม่โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาวินิจฉัยมีว่า จำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การตามที่โจทก์ฎีกาหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความจากคำพยานโจทก์ว่า การปิดหมายเรียกและสำเนาฟ้องได้กระทำโดยชอบด้วยกฎหมายแต่การส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องได้กระทำโดยการปิดหมายในวันหยุดราชการที่ป้ายประกาศของที่ว่าการอำเภอวัฒนานคร ซึ่งมีไว้สำหรับปิดประกาศข่าวสารให้ประชาชนทราบ หมายเรียกและสำเนาคำฟ้องอาจถูกบุคคลอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับจำเลยดึงเอาไปก็เป็นได้จำเลยเป็นหน่วยราชการ เมื่อข้อเท็จจริงไม่ปรากฎว่า จำเลยได้รับหมายเรียกหรือพบเห็นหมายเรียกและสำเนาฟ้องที่ปิดไว้ ข้อเท็จจริงจึงต้องฟังว่า จำเลยไม่ได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การ"พิพากษายืน แต่โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะนำคำฟ้องมายื่นใหม่
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นาย สม พงษ์ แก้ว สุทธิ
จำเลย - สุขาภิบาล ตำบล วัฒ นา นคร - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 199
- องค์คณะ
- เธียร ยูงทอง
พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ
สัมฤทธิ์ ไชยศิริ
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา