ฎีกา ปี พ.ศ. 2536 อาญา

ฎีกาที่ 4046/2536

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ความผิดฐานฉ้อโกงตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 นอกจากจะเป็นการหลอกลวงผู้อื่นให้ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิแล้วยังบัญญัติว่า โดยการหลอกลวงนั้นทำให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้หลอกลวงหรือบุคคลที่สามด้วย เอกสารสัญญาแม้จะเป็นเพียงกระดาษแผ่นเดียวก็ถือว่าเป็นทรัพย์ เมื่อจำเลยหลอกลวงเอาเอกสารสัญญาของโจทก์ไป จึงเป็นความผิดฐานล้อโกง

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341ให้จำเลยชำระค่านายหน้า 40,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิจารณาแล้ว พิพากษาแก้ให้ศาลชั้นต้นประทับฟ้องเฉพาะในคดีส่วนอาญาจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 6 เดือนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...คดีคงมีปัญหาเฉพาะข้อกฎหมายว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 หรือไม่ซึ่งในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ซึ่งข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยตกลงให้ค่านายหน้าโจทก์40,000 บาท และได้บันทึกข้อตกลงไว้ในสัญญาฉบับที่อยู่กับโจทก์ต่อมาจำเลยได้หลอกลวงเอาสัญญาฉบับดังกล่าวไปจากนางอำนวยภริยาโจทก์โดยทุจริต ทำให้โจทก์ไม่สามารถใช้เอกสารดังกล่าวในการดำเนินคดีแก่จำเลย การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นความผิดฐานฉ้อโกงหรือไม่เห็นว่า ความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 นอกจากจะเป็นการหลอกลวงผู้อื่นให้ทำ ถอนหรือทำลายเอกสารสิทธิแล้ว ยังบัญญัติว่าโดยการหลอกลวงนั้นทำให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สามด้วยทรัพย์สินนั้นหมายความรวมทั้งทรัพย์และวัตถุไม่มีรูปร่างซึ่งอาจมีราคาและถือเอาได้ และทรัพย์หมายความว่าวัตถุมีรูปร่าง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 137, 138 ดังนั้น เอกสารสัญญาแม้จะเป็นเพียงกระดาษแผ่นเดียวก็ถือว่าเป็นทรัพย์ เมื่อจำเลยหลอกลวงเอาเอกสารสัญญาของโจทก์ไปจึงครบองค์ประกอบของความผิดฐานฉ้อโกง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2เห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341แล้วนั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่เห็นว่าจำเลยประกอบอาชีพค้าขายเป็นหลักฐาน โทษจำคุกเพียงเล็กน้อยสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตัว โดยรอการลงโทษจำคุกและให้ลงโทษปรับด้วย"พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุก 6 เดือน และปรับ 2,000 บาทโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56ไม่ชำระค่าปรับบังคับตามมาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาย บุญ ยเกื้อ เปาะ ทองคำ
จำเลย - นาย ชัยรัตน์ แซ่ ตั้ง
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 341
องค์คณะ
อากาศ บำรุงชีพ
สุทธิ นิชโรจน์
ปราโมทย์ บุนนาค

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา