ฎีกา ปี พ.ศ. 2545 แพ่ง

ฎีกาที่ 406/2545

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

จำเลยผู้เป็นนายจ้างไม่ได้ให้การต่อสู้เกี่ยวกับค่าจ้างตามที่โจทก์บรรยายมาในฟ้อง และมิได้ต่อสู้ว่าค่ารับรอง ค่าน้ำมันรถ ค่าอาหาร เงินสะสม ค่าภาษีและเงินสมทบที่จำเลยจ่ายให้แก่โจทก์แต่ละเดือนมิใช่ค่าจ้าง อุทธรณ์ของจำเลยที่ว่าจำนวนเงินตามฟ้องมิใช่ค่าจ้าง จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลแรงงาน ทั้งมิใช่ปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงต้องห้ามอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 ประกอบด้วย พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงิน ๖๒,๖๕๑.๙๖ บาท โบนัสเป็นเงิน ๓๑๓,๒๕๙.๘๐ บาท เงินสะสมเบี้ยเลี้ยงชีพเป็นเงิน ๔๙๖,๔๖๕.๑๒ บาท ค่าชดเชยเป็นเงิน ๓๗๕,๙๑๑.๗๖ บาท และค่าเสียหายเป็นเงิน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ปฏิบัติหน้าที่ขาดความสุขุมรอบคอบ ไม่ปฏิบัติตามระเบียบและคำสั่งของจำเลยที่ ๑ อย่างเคร่งครัด ทำให้จำเลยที่ ๑ ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง จำเลยทั้งสองมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิโดยชอบ ที่จะเรียกเงินต่าง ๆ ตามฟ้องของโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินแก่โจทก์ คือค่าชดเชยเป็นเงิน ๓๗๕,๙๑๑.๗๖ บาท เงินสะสมเบี้ยเลี้ยงชีพเป็นเงิน ๔๙๖,๔๖๕.๑๒ บาท และค่าเสียหายเป็นเงิน ๔๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตรา ร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ และยกคำขออื่น นอกจากนี้เสียทั้งสิ้น
จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานพิจารณาแล้ว สำหรับอุทธรณ์ข้อที่ว่า ค่ารับรอง ค่าน้ำมันรถ ค่าอาหาร เงินสะสม ค่าภาษี และเงินสมทบ ที่จำเลยที่ ๑ จ่ายให้แก่โจทก์แต่ละเดือนมิใช่ค่าจ้าง จึงไม่อาจนำไปคำนวณเป็นค่าชดเชยที่จะต้องจ่ายให้แก่โจทก์นั้น เห็นว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ไม่ได้ให้การต่อสู้เกี่ยวกับค่าจ้างของโจทก์ไว้ว่าค่ารับรอง ค่าน้ำมันรถ ค่าอาหาร เงินสะสม ค่าภาษี และเงินสมทบที่จำเลยที่ ๑ จ่ายให้แก่โจทก์แต่ละเดือนมิใช่ค่าจ้าง อุทธรณ์ของจำเลยที่ ๑ จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลแรงงานกลาง ทั้งมิใช่ปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงต้องห้ามอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๒๕ ประกอบด้วย พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดี แรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑
พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๑.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นายสมศักดิ์ เบญจประเสริฐศรี
จำเลย - ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 177, ม. 225
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 — ม. 31
องค์คณะ
วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์
กมล เพียรพิทักษ์
หัสดี ไกรทองสุก
ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
ศาลแรงงานกลาง - นางเมธินี ทิพย์มณเฑียร
ศาลอุทธรณ์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา