ฎีกา ปี พ.ศ. 2545 แพ่ง
ฎีกาที่ 4070/2545
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
เดิมจำเลยได้เคยยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์แล้วครั้งหนึ่งศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีของจำเลยไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ให้ยกคำร้อง และศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น คำสั่งศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุด คดีจึงฟังได้เป็นข้อยุติว่าคดีของจำเลยไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ การที่จำเลยยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ครั้งใหม่ โดยอ้างเหตุว่ายากจนลงกว่าเดิมแม้จะฟังได้ตามข้ออ้างของจำเลย ศาลก็ไม่อาจอนุญาตให้จำเลยดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ได้
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระเงินตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชียืม และบังคับจำนอง จำเลยให้การต่อสู้คดี ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน6,173,166.85 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปี ในต้นเงิน 4,596,466.79 บาทนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างกับทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดชำระหนี้จนครบถ้วนจำเลยอุทธรณ์โดยยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าคดีของจำเลยไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง และให้จำเลยนำค่าขึ้นศาลอุทธรณ์มาวางศาลภายใน 15 วัน จำเลยไม่ปฏิบัติตาม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย หากจำเลยประสงค์จะอุทธรณ์ให้นำค่าธรรมเนียมศาลมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายใน 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง หลังจากนั้นจำเลยขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลอีกหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายขอขยายระยะเวลาไปจนถึงวันที่ 11 สิงหาคม 2543 ก่อนครบกำหนด จำเลยยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาอีกศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีไม่มีเหตุอันสมควรที่จะอุทธรณ์ จึงไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ยกคำร้อง และให้นำเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาวางศาลภายในวันที่ 11 สิงหาคม 2543 ตามที่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาครั้งสุดท้ายจำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา และศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืน คำสั่งศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุด จึงไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยจำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คำสั่งศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้องจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยฎีกาว่า มีเหตุทำให้จำเลยยากจนกว่าเดิม ดังนั้นศาลควรอนุญาตให้ไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์จำเลย เห็นว่าเดิมจำเลยได้เคยยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์มาแล้วครั้งหนึ่งศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีของจำเลยไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ให้ยกคำร้องและศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น คำสั่งศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุด คดีจึงฟังได้เป็นข้อยุติว่าคดีของจำเลยไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ การที่จำเลยยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ครั้งใหม่โดยอ้างเหตุว่ายากจนลงกว่าเดิม แม้จะฟังได้ตามข้ออ้างของจำเลย ศาลก็ไม่อาจอนุญาตให้จำเลยดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ได้ คำสั่งศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - ธนาคาร ศรีนคร จำกัด
จำเลย - นาย วีระชาติ ศิริยงวัฒนา - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 156
- องค์คณะ
- วิรัช ลิ้มวิชัย
ไพศาล เจริญวุฒิ
ศิริชัย สวัสดิ์มงคล
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา