ฎีกา ปี พ.ศ. 2542 แพ่ง

ฎีกาที่ 4074/2542

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

เมื่อโจทก์เป็นผู้จดทะเบียนตั้งชื่อสกุลไว้แล้ว โจทก์ย่อมมีสิทธิอนุญาตให้จำเลยใช้ชื่อสกุลร่วมด้วยได้โดยดำเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติชื่อบุคคล พ.ศ. 2505 มาตรา 11แต่เมื่อมีการอนุญาตแล้ว จำเลยผู้ได้รับอนุญาตย่อมมีสิทธิใช้ชื่อสกุลร่วมกับโจทก์เสมือนหนึ่งเป็นเจ้าของชื่อสกุลนั้นเองกล่าวคือ หากจำเลยสมรสกับหญิง หญิงผู้เป็นภริยารวมทั้งบุตรก็มีสิทธิใช้ชื่อสกุลของโจทก์ด้วยและการอนุญาตให้ใช้ชื่อสกุลร่วมด้วยเช่นนี้ หาใช่เรื่องที่อาจจะเพิกถอนการอนุญาตเสียเมื่อใดก็ได้ตามอำเภอใจของโจทก์ไม่ ดังที่ไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดกำหนดเงื่อนไขหรือหลักเกณฑ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยใช้ชื่อสกุลของโจทก์ไปในทางที่เกิดความเสียหายแก่โจทก์หรือแก่ชื่อเสียงของชื่อสกุลของโจทก์อันอาจเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ จึงไม่มีเหตุตามกฎหมายที่โจทก์จะห้ามมิให้จำเลยใช้ชื่อสกุลร่วมกับโจทก์

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2499 โจทก์จดทะเบียนตั้งชื่อสกุลว่า "นำเบญจพล" และนายทะเบียนได้อนุญาตและจดทะเบียนชื่อสกุลของโจทก์ไว้โดยชอบ จำเลยเป็นหลานของโจทก์ได้รับอนุญาตจากโจทก์ให้ใช้ชื่อสกุลดังกล่าว ต่อมาเมื่อประมาณ 1 ปีเศษก่อนฟ้องจำเลยไม่ให้ความเคารพนับถือโจทก์ โจทก์จึงไม่ประสงค์ให้จำเลยใช้ชื่อสกุลของโจทก์ต่อไป โจทก์แจ้งจำเลยให้เปลี่ยนชื่อสกุลแล้วแต่จำเลยเพิกเฉย เป็นละเมิดต่อโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยเลิกใช้ชื่อสกุลว่า "นำเบญจพล" ของโจทก์ต่อไป หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาให้นายทะเบียนลบชื่อสกุลของจำเลยจำเลยให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนโจทก์ฎีการะหว่างพิจารณา โจทก์ถึงแก่กรรม นายเกตุ นำเบญจพลทายาทของโจทก์ ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลฎีกาอนุญาตศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนตั้งชื่อสกุลว่า "นำเบญจพล" เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2499 และจำเลยได้รับอนุญาตให้ใช้ชื่อสกุลดังกล่าวร่วมกับโจทก์ ต่อมาโจทก์กับจำเลยมีสาเหตุพิพาทกันเป็นคดีแพ่งอีกเรื่องหนึ่ง โจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยใช้ชื่อสกุล "นำเบญจพล" ต่อไป ได้บอกกล่าวให้จำเลยเปลี่ยนชื่อสกุลแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉยคดีคงมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์เพียงข้อเดียวว่า โจทก์มีสิทธิห้ามมิให้จำเลยใช้ชื่อสกุล "นำเบญจพล" ร่วมกับโจทก์ต่อไปหรือไม่ พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า เมื่อโจทก์เป็นผู้จดทะเบียนตั้งชื่อสกุลไว้แล้ว โจทก์ย่อมมีสิทธิอนุญาตให้จำเลยใช้ชื่อสกุลร่วมด้วยได้โดยดำเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติชื่อบุคคล พ.ศ. 2505 มาตรา 11 แต่เมื่อมีการอนุญาตแล้ว จำเลยผู้ได้รับอนุญาตย่อมมีสิทธิใช้ชื่อสกุลร่วมกับโจทก์เสมือนหนึ่งเป็นเจ้าของชื่อสกุลนั้นเอง กล่าวคือ หากจำเลยสมรสกับหญิงหญิงผู้เป็นภริยารวมทั้งบุตรก็มีสิทธิใช้ชื่อสกุลของโจทก์ด้วยและการอนุญาตให้ใช้ชื่อสกุลร่วมด้วยเช่นนี้ หาใช่เรื่องที่อาจจะเพิกถอนการอนุญาตเสียเมื่อใดก็ได้ตามอำเภอใจของโจทก์ไม่ดังที่ไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดกำหนดเงื่อนไขหรือหลักเกณฑ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ ทั้งตามคำฟ้องก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยใช้ชื่อสกุลของโจทก์ไปในทางที่เกิดความเสียหายแก่โจทก์หรือแก่ชื่อเสียงของชื่อสกุลของโจทก์อันอาจเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์แต่อย่างใด กรณีจึงไม่มีเหตุตามกฎหมายที่โจทก์จะห้ามมิให้จำเลยใช้ชื่อสกุล "นำเบญจพล" ร่วมกับโจทก์ต่อไปได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาย พนม นำเบญจพล โดยนาย เกตุ นำเบญจพล ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน
จำเลย - นาย ณรงค์ นำเบญจพล
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 420
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 18, ม. 55, ม. 172
พระราชบัญญัติชื่อบุคคล พ.ศ.2505 — ม. 11
องค์คณะ
วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์
กำพล ภู่สุดแสวง
สุรชาติ บุญศิริพันธ์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา