ฎีกา ปี พ.ศ. 2542

ฎีกาที่ 409/2542

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

การวางโทษทวีคูณตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าพ.ศ. 2534 มาตรา 113 ไม่ได้ระบุว่าจะต้องเคยต้องโทษจำคุกและการปรับก็ถือเป็นโทษอย่างหนึ่ง เมื่อจำเลยเคยกระทำความผิด ในข้อหาเดียวกันนี้และศาลได้พิพากษาลงโทษปรับจำเลยแล้ว จำเลยกลับกระทำความผิดในคดีนี้อีกภายในเวลาห้าปีนับแต่ วันพ้นโทษ จึงต้องระวางโทษทวีคูณแก่จำเลย

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 4, 108, 110, 113, 115, 117ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33 ริบของกลาง และวางโทษทวีคูณแก่จำเลยตามกฎหมายจำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเคยกระทำความผิดและต้องคำพิพากษาให้ลงโทษปรับตามฟ้องศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534มาตรา 110(1) ประกอบมาตรา 108 ให้ลงโทษจำคุก 2 ปี และปรับ45,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอันเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี และปรับ 22,500 บาท เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนจึงเห็นสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวต่อไป โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30ริบของกลาง ส่วนที่ขอให้วางโทษทวีคูณนั้น เห็นว่า คำว่าพ้นโทษตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 113 นั้นหมายถึงพ้นโทษจำคุกไม่รวมถึงโทษปรับ จึงให้ยกคำขอส่วนนี้โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์อุทธรณ์ขอให้วางโทษทวีคูณแก่จำเลยนั้นเห็นว่า พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 113บัญญัติว่า "บุคคลใดกระทำความผิดต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อพ้นโทษแล้วยังไม่ครบกำหนดห้าปี กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้อีก ให้วางโทษทวีคูณ" เมื่อบทบัญญัตินี้ได้กำหนดเรื่องการเพิ่มโทษไว้โดยเฉพาะในกรณีที่จำเลยเคยต้องโทษและพ้นโทษมาไม่ครบกำหนดห้าปี โดยไม่ได้ระบุว่าจะต้องเคยต้องโทษจำคุก และการปรับก็ถือเป็นโทษอย่างหนึ่งซึ่งเมื่อศาลลงโทษปรับจำเลยและมีการชำระค่าปรับครบถ้วนในวันเวลาใด ย่อมถือว่าจำเลยได้พ้นโทษในวันที่ชำระค่าปรับนั้นแล้วดังนี้ การที่จำเลยเคยกระทำความผิดในข้อหาเดียวกันนี้ และศาลได้พิพากษาลงโทษปรับจำเลย 4,000 บาท เมื่อวันที่ 23กรกฎาคม 2540 และมากระทำความผิดในคดีนี้ จึงเป็นกรณีที่จำเลยพ้นโทษมาแล้วยังไม่ครบกำหนดห้าปีซึ่งต้องวางโทษทวีคูณแก่จำเลยตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 113ดังกล่าว ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไม่วางโทษทวีคูณนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น"พิพากษาแก้เป็นว่า ให้วางโทษทวีคูณตามมาตรา 113 จำคุกจำเลย 4 ปี ปรับ 90,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปีปรับ 45,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด
จำเลย - นางสาว สุรัตน์ พุ่มพ วง
กฎหมายที่อ้าง
พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 — ม. 113
องค์คณะ
ยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ
สุเมธ อุปนิสากร
ชาญชัย ลิขิตจิตถะ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา