ฎีกา ปี พ.ศ. 2536 แพ่ง
ฎีกาที่ 4094/2536
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
โจทก์ไม่ได้บรรยายว่า จำเลยที่ 1 ยักยอกเงินของโจทก์เป็นค่าสินค้าอะไรบ้าง แต่ละรายการเป็นเงินเท่าใด และเรียกเก็บเงินดังกล่าวจากลูกค้าคนใดของโจทก์ ฟ้องของโจทก์จึงมิได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นจึงเป็นฟ้องที่เคลือบคลุมไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 172 วรรคสองประกอบด้วย พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 31 เมื่อเป็นคดีเกี่ยวด้วยการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจพิพากษาให้มีผลถึงจำเลยที่ 1 ที่มิได้อุทธรณ์ด้วยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 245(1) ประกอบด้วย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างโจทก์ ตำแหน่งพนักงานขายมีจำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 ยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม จำเลยที่ 1 ไม่นำส่งเงินค่าสินค้าโดยยักยอกเงินค่าสินค้าของโจทก์ไปจำนวน 360,065.86 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 379,228.26 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 ขาดนัดและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้เป็นลูกจ้างโจทก์หากจำเลยที่ 1 ปฏิบัติงานให้โจทก์ก็อยู่ในระหว่างทดลองงานจึงไม่มีหน้าที่ในการเก็บเงิน จำเลยที่ 2 ได้รับแจ้งจากโจทก์เมื่อประมาณเดือนมิถุนายน 2535 ว่าจำเลยที่ 1 พ้นจากการเป็นลูกจ้างโจทก์จำเลยที่ 2 จึงทำหนังสือแจ้งยกเลิกการค้ำประกันกับโจทก์แล้วฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะมิได้บรรยายว่าจำเลยที่ 1 ยักยอกเงินค่าสินค้าอะไรรับเงินมาจากร้านค้าใด เป็นเงินจำนวนเท่าใดขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน360,065.86 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงาน วินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้วเห็นว่าโจทก์บรรยายฟ้องใน ข้อ 2 ว่า จำเลยนำใบเสร็จรับเงินที่ลูกค้าของโจทก์สั่งซื้อสินค้าเป็นเงินเชื่อในเดือนมิถุนายน 2535ไปเรียกเก็บเงินจากลูกค้าของโจทก์ในเขตจังหวัดลำปางแล้วยักยอกเงินไปเป็นของตน รวมเป็นเงิน 360,065.86 บาท ในวันที่ 26 มิถุนายน2535 ครบกำหนดจำเลยที่ 1 นำส่งค่าสินค้าแก่โจทก์ แต่จำเลยที่ 1ไม่นำส่งเงินค่าสินค้า แต่ทิ้งงานและเอาเงินค่าสินค้าไป โดยไม่ได้บรรยายว่า จำเลยที่ 1 ยักยอกเงินของโจทก์เป็นค่าสินค้าอะไรบ้าง แต่ละรายการเป็นเงินเท่าใด และเรียกเก็บเงินดังกล่าวจากลูกค้าคนใดของโจทก์ ฟ้องของโจทก์จึงมิได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา และข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นจึงเป็นฟ้องที่เคลือบคลุม ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสอง ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 สำหรับอุทธรณ์ข้ออื่นที่ว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 ก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์หรือไม่จึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยต่อไป อุทธรณ์จำเลยที่ 2ฟังขึ้น และเมื่อคดีนี้เป็นคดีเกี่ยวด้วยการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจพิพากษาให้มีผลถึงจำเลยที่ 1ที่มิได้อุทธรณ์ด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 245(1) ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31"พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - บริษัท คา โอ คอมเมอร์เชียล ( ประเทศ ไทย ) จำกัด
จำเลย - นาย นิรันดร์ สินทวีเกียรติ กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 172 วรรคสอง, ม. 245 (1)
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 — ม. 31 - องค์คณะ
- สมมาตร พรหมานุกูล
ปรีชา ธนานันท์
พิมล สมานิตย์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา