ฎีกา ปี พ.ศ. 2528 แพ่ง
ฎีกาที่ 4109/2528
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
โจทก์มิได้เข้ามาเกี่ยวข้องถือสิทธิครอบครองในที่ดินมรดกร่วมกับ ทายาทอื่นเป็นเวลาประมาณ 30 ปี นับแต่เจ้ามรดก ถึงแก่ความตาย การที่โจทก์มาฟ้องขอแบ่งมรดกเกินกว่า1 ปี หลังจากเจ้ามรดก ถึงแก่ความตายคดีโจทก์จึงขาดอายุความตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองและนายเสน่ห์ ภู่สวัสดิ์ เป็นทายาทโดยธรรมของนางหนูซึ่งมีชื่อถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินแปลงหนึ่ง เมื่อนางหนูถึงแก่ความตายที่ดินเฉพาะส่วนของนางหนูจึงเป็นมรดกตกได้แก่โจทก์ทั้งสองและนายเสน่ห์โจทก์ทั้งสองตกลงให้นายเสน่ห์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แทนในโฉนดร่วมกับผู้อื่นต่อมานายเสน่ห์ได้แบ่งแยกที่ดินจากโฉนดเดิมเป็นโฉนดเลขที่ 28357 ตำบลนครปฐม(ปิ่นเกลียว) อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม มาเป็นชื่อของตนเองแล้วนำไปขายฝากผู้อื่นโดยมิได้แบ่งแยกให้โจทก์ทั้งสอง โจทก์ทั้งสองบอกกล่าวให้นายเสน่ห์แบ่งแยกตามส่วน นายเสน่ห์ขอผัดไว้ก่อนจนถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นภริยานายเสน่ห์ได้เป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล แล้วโอนที่ดินให้จำเลยที่ 2ถึงที่ 6 ซึ่งเป็นบุตร ขอให้เพิกถอนการโอนดังกล่าว แล้วให้จำเลยที่ 1 แบ่งแยกที่ดินดังกล่าวให้โจทก์ทั้งสองตามส่วน หากเพิกถอนไม่ได้ให้จำเลยที่ 1 ชดใช้เงิน90,000 บาทแก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยทั้งหกให้การว่า ก่อนออกโฉนดที่ดินรายนี้นายเสน่ห์ ภู่สวัสดิ์ มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับผู้อื่นตามโฉนดเดิมมาก่อน แล้วแบ่งแยกมาเป็นกรรมสิทธิ์ของนายเสน่ห์แต่ผู้เดียว ไม่มีส่วนเป็นมรดกของนางหนู โจทก์ทั้งสองไม่เคยเกี่ยวข้องและไม่เคยตกลงให้ใส่ชื่อนายเสน่ห์แทนโจทก์ทั้งสองไม่มีสิทธิในที่พิพาทนี้เมื่อนายเสน่ห์ถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 1 ได้เป็นผู้จัดการมรดกและโอนที่ดินให้บุตรทั้งห้า เป็นการชอบด้วยกฎหมมายแล้ว โจทก์ไม่ฟ้องทายาทในกองมรดกภายใน 1 ปี คดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพาษาให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนโฉนดที่ดินดังกล่าวแล้วให้จำเลยที่ 1 แบ่งแยกที่ดินให้โจทก์ทั้งสอง 2 ใน 3 ส่วน หากเพิกถอนไม่ได้ให้จำเลยที่ 1 ชดใช้เงินจำนวน 90,000 บาทแก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยทั้งหกอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า โจทก์ทั้งสองฟ้องเรียกร้องเอาที่พิพาทหลังจากนางหนูเจ้ามรดกถึงแก่ความตายเกิน 1 ปี คดีขาดอายุความ พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า หลังจากนางหนูถึงแก่ความตายประมาณ 30 ปี โจทก์ทั้งสองมิได้เข้ามาเกี่ยวข้องถือกรรมสิทธิครอบครองร่วมกับนายเสน่ห์ในที่พิพาทแต่ประการใด ปล่อยให้นายเสน่ห์ครอบครองแต่ฝ่ายเดียวตลอดมาจนไปขอแบ่งแยกออกโฉนดที่ดินใหม่ในนามตนเอง เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แต่ผู้เดียวจนนายเสน่ห์ถึงแก่ความตายอันเป็นระยะเวลาเกินกว่า 1 ปี หลังจากนางหนูถึงแก่ความตาย คดีโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1754 พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นาย สนั่น พูลสวัสดิ์ กับพวก
จำเลย - นาง เฮี้ยงเจ็ง แซ่จิว ในฐานะผู้จัดการมรดก นายเสน่ห์
จำเลย - ภู่สวัสดิ์ กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 1748, ม. 1754
- องค์คณะ
- สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์
ยนต์ พิรวินิจ
สมประสงค์ พานิชอัตรา
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา