ฎีกา ปี พ.ศ. 2529 แพ่ง

ฎีกาที่ 4138 - 4139/2529

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ในประเด็นว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องพิพาทหรือไม่นั้นลำพังเพียงแต่โจทก์ยื่นคำให้การไว้ในคดีแพ่งคดีหนึ่งว่า โจทก์มิได้เป็นเจ้าของห้องแถวพิพาท กับโจทก์ได้เบิกความไว้ในคดีแพ่งอีกคดีหนึ่งว่าจำเลยเป็นผู้เช่าที่ดินโจทก์ปลูกห้องพิพาทเองนั้น ไม่ถึงกับปิดปากโจทก์มิให้เถียงเป็นอย่างอื่นได้ คำให้การและคำเบิกความรับของโจทก์ในคดีเรื่องอื่นถือว่าเป็นเพียงพยานหลักฐานที่จำเลยจะนำสืบอ้างอิงมายันโจทก์เท่านั้นส่วนการที่ศาลจะรับฟังว่าห้องพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์หรือไม่ เป็นเรื่องที่ศาลจะใช้ดุลพินิจชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานของคู่ความทั้งสองฝ่ายต่อไป การที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วด่วนวินิจฉัยว่าห้องพิพาทมิใช่กรรมสิทธิ์ของโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น จึงเป็นการไม่ชอบ

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องใจความทำนองเดียวกันว่า ห้องพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ โจทก์ได้ให้จำเลยทั้งสองเช่าห้องดังกล่าว ต่อมาเจ้าของที่ดินที่ใช้ปลูกห้องพิพาทได้ฟ้องขับไล่โจทก์กับจำเลยนทั้งสอง ระหว่างพิจารณาเจ้าของที่ดินได้ถอนฟ้องโจทก์แล้วทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยทั้งสอง ตกลงให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนห้องพิพาทโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ โจทก์ทักท้วงจำเลยทั้งสองกลับอ้างว่าห้องพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยทั้งสอง จึงขอให้ศาลพิพากษาว่าห้องพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์จำเลยทั้งสองให้การมีใจความทำนองเดียวกันว่า ห้องพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยทั้งสอง โจทก์เคยยื่นคำให้การไว้ในคดีแพ่งเรื่องอื่นว่าห้องพิพาทเป็นของจำเลยทั้งสอง และโจทก์ยังเคยเบิกความในคดีแพ่งอีกคดีหนึ่งว่า จำเลยทั้งสองเป็นผู้ปลูกห้องพิพาทเอง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นงดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ได้เคยยื่นคำให้การและเบิกความในคดีแพ่งเรื่องอื่นว่าโจทก์มิได้เป็นเจ้าของห้องแถวพิพาท แต่เป็นของจำเลยทั้งสอง คำให้การและคำเบิกความรับของโจทก์ที่เป็นผลเสียแก่โจทก์ ย่อมปิดปากโจทก์มิให้เถียงเป็นอย่างอื่นได้ต้องฟังว่าห้องพิพาทมิใช่กรรมสิทธิ์ของโจทก์โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป แล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดีจำเลยทั้งสองสำนวนฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เกี่ยวกับปัญหาว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องพิพาทเลขที่ 159/1 และเลขที่ 159/2 หรือไม่นั้น ยังไม่มีคำพิพากษาของศาลวินิจฉัยเป็นข้อยุติแต่ประการใด ลำพังเพียงแต่โจทก์ยื่นคำให้การไว้ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 182/2527 และหมายเลขแดงที่ 180/2527 ของศาลชั้นต้นว่า โจทก์มิได้เป็นเจ้าของห้องพิพาทเลขที่ 159/2 และเลขที่ 159/1 แต่ห้องพิพาทเป็นของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2ตามลำดับ กับโจทก์ได้เบิกความไว้ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 185/2525 ของศาลชั้นต้นว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ต่างเป็นผู้เช่าที่ดินโจทก์ปลูกห้องพิพาทเองนั้นยังไม่ถึงกับปิดปากโจทก์มิให้เถียงเป็นอย่างอื่นได้ คำให้การและคำเบิกความรับของโจทก์ในคดีเรื่องอื่น ถือว่าเป็นเพียงพยานหลักฐานที่จำเลยทั้งสองในคดีนี้จะนำสืบมาอ้างอิงยันโจทก์ในคดีนี้เท่านั้น ส่วนการที่ศาลจะรับฟังว่าห้องพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์หรือไม่ เป็นเรื่องที่ศาลจะใช้ดุลพินิจวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานของคู่ความทั้งสองฝ่ายต่อไป ที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วด่วนวินิจฉัยว่า ห้องพิพาทเลขที่ 159/1 และเลขที่ 159/1มิใช่กรรมสิทธิ์ของโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จึงเป็นการไม่ชอบพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นายเคล้า ยาสุข
จำเลย - นางลิ้นจี่ ก. ศรีสุวรรณ
โจทก์ - นายเคล้า ยาสุข
จำเลย - นายกิตติ ภัทรวาณี
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 84, ม. 104, ม. 243, ม. 247
องค์คณะ
สหัส สิงหวิริยะ
เสวก จันทร์ผ่อง
สุทิน นนทแก้ว

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา