ฎีกา ปี พ.ศ. 2529 แพ่ง

ฎีกาที่ 4176/2529

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

บุคคลผู้เกิดนอกราชอาณาจักรไทยโดยมารดาเป็นผู้มีสัญชาติไทยส่วนบิดามิใช่บิดาที่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่ปรากฏว่าบิดามีสัญชาติใด บุคคลนั้นย่อมได้สัญชาติไทยโดยการเกิดตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 มาตรา 7(2)โจทก์ติดต่อให้จำเลยจดแจ้งชื่อโจทก์ซึ่งเป็นคนมีสัญชาติไทยลงในทะเบียนบ้านแล้ว จำเลยปฏิเสธอ้างว่าโจทก์เป็นคนมีสัญชาติลาว ดังนี้เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์แล้วตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 57 กำหนดให้ผู้ซึ่งประสงค์ขอพิสูจน์สัญชาติไทยปฏิบัติตามขั้นตอนที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนเมื่อไม่พอใจคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่จะร้องขอต่อศาลให้พิจารณาก็ได้ แต่กรณีที่โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ มิใช่การร้องขอต่อศาลให้พิจารณาเกี่ยวกับการพิสูจน์สัญชาติ หากแต่เป็นการฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้โต้แย้งสิทธิของโจทก์ต่อศาล จึงไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนดังนี้โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลย

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ทั้งห้าเป็นผู้เยาว์เกิดที่แขวงปากซัน ประเทศลาว เป็นบุตรนางทองน้อย นายทองดี นรางทองน้อยเป็นบุคคลสัญชาติไทย ส่วนนายทองดีไม่ปรากฏสัญชาติ โจทก์ทั้งห้าเป็นบุตรไม่ชอบด้วยกฎหมายของนายทองดีจึงมีสัญชาติไทยตามกฎหมาย ต่อมานางทองน้อยพาโจทก์ทั้งห้ากลับมาอยู่ภูมิลำเนาเดิมที่อำเภอเมืองสรวง จังหวัดร้อยเอ็ด และพาโจทก์ทั้งห้าไปแจ้งต่อจำเลยซึ่งเป็นนายทะเบียนราษฎร ให้จดแจ้งชื่อโจทก์ทั้งห้าในทะเบียนบ้านจำเลยปฏิเสธ ขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์ทั้งห้าเป็นบุคคลสัญชาติไทย และให้จำเลยจดแจ้งชื่อโจทก์ทั้งห้าในทะเบียนบ้านจำเลยให้การว่าโจทก์ทั้งห้าเกิดนอกราชอาณาจักรจากบิดามาดาซึ่งเป็นคนต่างด้าวย่อมไม่ได้สัญชาติไทย โจทก์มีหน้าที่ต้องต้องยื่นคำขอพิสูจน์สัญชาติของตนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจเพื่อพิสูจน์สัญชาติก่อน หากโจทก์ทั้งห้าไม่พอใจคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่จึงจะมีสิทธิร้องขอต่อศาลให้พิจารณาทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 57 แต่ก่อนฟ้องคดีนี้โจทก์ทั้งห้ามิได้ดำเนินการขอพิสูจน์สัญชาติต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ โจทก์จึงไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า โจทก์ทั้งห้าเป็นคนมีสัญชาติไทย ให้จำเลยรับแจ้งเข้าทะเบียนบ้านจำเลยฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นางทองน้อยเป็นคนมีสัญชาติไทยนางทองน้อยไปรับจ้างทำงานอยู่ที่ประเทศลาว ได้นายทองดีเป็นสามี มิได้จดทะเบียนสมรสกันเกิดบุตรด้วยกันรวม 5 คนคือโจทก์ทั้งห้า การที่โจทก์ทั้งห้าเกิดนอกราชอาณาจักรไทยโดยนางทองน้อยมารดาเป็นผู้มีสัญชาติไทย เมื่อนายทองดีมิใช่บิดาที่ชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ทั้งห้า และไม่ปรากฏว่านายทองดีมีสัญชาติไทย โจทก์ทั้งห้าย่อมได้สัญชาติไทยโดยการเกิดตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 มาตรา 7(2)นางทองน้อยไปติดต่อให้จำเลยจดแจ้งชื่อโจทก์ทั้งห้าซึ่งเป็นคนมีสัญชาติไทยลงในทะเบียนบ้านแล้ว จำเลยปฏิเสธ อ้างว่าโจทก์ทั้งห้าเป็นคนมีสัญชาติลาว ดังนี้การที่จำเลยปฏิเสธดังกล่าวเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์แล้ว ส่วนข้อที่จำเลยอ้างว่าโจทก์ทั้งห้ามิได้ยื่นคำขอพิสูจน์สัญชาติก่อนจึงไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้องนั้น พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 57 บัญญัติว่า "เพื่อประโยชน์แห่งพระราชบัญญัตินี้ผู้ใดอ้างว่าเป็นคนมีสัญชาติไทยถ้าไม่ปรากฏหลักฐานอันเพียงพอที่พนักงานเจ้าหน้าที่จะเชื่อถือได้ว่าเป็นคนมีสัญชาติไทยให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นเป็นคนต่างด้าวจนกว่าผู้นั้นจะพิสูจน์ได้ว่าตนมีสัญชาติไทยการพิสูจน์ตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบและเสียค่าธรรมเนียมตามที่กำหนดในกฎกระทรวง หากผู้นั้นไม่พอใจคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่จะร้องขอต่อศาลให้พิจารณาก็ได้ ฯลฯ" ตามบทบัญญัติดังกล่าวกำหนดให้ผู้ซึ่งประสงค์ขอพิสูจน์สัญชาติไทยปฏิบัติตามขั้นตอนตามที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อน เมื่อไม่พอใจคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่จะร้องขอต่อศาลให้พิจารณาก็ได้ แต่กรณีที่โจทก์ทั้งห้าฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ มิใช่การร้องขอต่อศาลให้พิจารณาเกี่ยวกับการพิสูจน์สัญชาติ หากแต่เป็นการฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้โต้แย้งสิทธิของโจทก์ทั้งห้าต่อศาล โจทก์ทั้งห้าจึงไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนดังบทกฎหมายที่จำเลยฎีกา ดังนี้ โจทก์ทั้งห้าจึงมีอำนาจฟ้องจำเลยพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นางสาวสมพร สุโพธิ์ กับพวก
จำเลย - นายสกล มณีวาศ ในฐานะนายอำเภอเมืองสรวง จังหวัดร้อยเอ็ด
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 55
พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 — ม. 7 (2)
พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 — ม. 57
องค์คณะ
ไพรัช วงศ์วัฒนะ
ชูเชิด รักตะบุตร์
วิฑุรย์ ตั้งตรงจิตต์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา