ฎีกา ปี พ.ศ. 2528 แพ่ง

ฎีกาที่ 4195/2528

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ด้านหลังของที่ดินพิพาทอยู่ติดกับแนวเขา มีลักษณะเจาะปรับพื้นที่ดินให้เสมอเข้าไปในไหล่เขายาว 10 วาเศษที่ดินพิพาทด้านหน้าก็มีสภาพค่อยๆ ลาดต่ำลงไป ที่ดินพิพาทจึงมีลักษณะเป็นที่เขา กฎกระทรวง ฉบับที่ 5(พ.ศ.2497)ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497หมวด 3 ข้อ 8 ห้ามไม่ให้ออกโฉนดที่ดินสำหรับที่เขาเมื่อที่ดินพิพาทเป็นที่เขา โฉนดที่ดินของโจทก์จึงออกทับที่เขาเป็นการไม่ชอบ แม้คณะกรรมการสอบสวนที่อธิบดีกรมที่ดินตั้งขึ้นจะได้ชี้ขาดว่าการออกโฉนดเป็นไปโดยชอบด้วยระเบียบและขั้นตอนของกฎหมายแล้วก็ตามก็อาจเป็นการรับฟังข้อเท็จจริงมาผิดพลาดและไม่ผูกพันให้ศาลต้องฟังว่าที่ดินพิพาทไม่ใช่ที่เขาด้วย ที่ดินพิพาทเป็นที่เขาเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินไม่ใช่เป็นของโจทก์โจทก์ย่อมขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาทไม่ได้

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินมีโฉนดรวม 10 แปลงจำเลยทั้งสามบุกรุกเข้ายึดถือครอบครองที่ดินดังกล่าวทำให้โจทก์ขาดประโยชน์ขอให้ขับไล่จำเลยทั้งสามและให้จำเลยทั้งสามใช้ค่าเสียหายจำเลยทั้งสามให้การว่าที่ดินที่จำเลยทั้งสามครอบครองไม่ใช่ที่ดินของโจทก์แต่เป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน เป็นที่ดินในเขตรัศมีเขา จำเลยทั้งสามครอบครองที่ดินนั้นตลอดมาไม่เคยมีใครโต้แย้งโฉนดที่ดินของโจทก์ออกทับที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสาม ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ขับไล่จำเลยทั้งสามและให้จำเลยทั้งสามใช้ค่าเสียหายจำเลยทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ได้ความว่าที่ดินพิพาทอยู่ติดกับเขาเรดาร์หรือเขาโกรกพม่าและในวันที่ศาลไปเดินเผขิฐสืบที่ดินพิพาทนั้น ฝ่ายจำเลยได้นำชี้ให้คูรั้วหลังบ้านซึ่งอยู่ติดกับทิวเขาเรดาร์หรือเขาโกรกพม่าปรากฏว่าศาลได้พิจารณาดูสภาพแล้ว เห็นว่าด้านหลังที่ดินพิพาทที่ติดกับแนวเขานั้น นับแต่ที่ตั้งตัวบ้านมีลักษณะเจาะปรับพื้นที่ดินให้เสมอเข้าไปในไหล่เขายาว 10 วาเศษ ที่ดินหน้าบ้านก็มีสภาพค่อย ๆ ลาดต่ำลงไปตามภาพถ่ายที่จำเลยส่งศาล สภาพของที่ดินพิพาทก็มีลักษณะเช่นนั้น ที่ดินพิพาทจึงมีลักษณะเป็นที่เขา ซึ่งตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 หมวด 3 ข้อ 8 ห้ามไม่ให้ออกโฉนดที่ดินสำหรับที่ดินดังกล่าวนี้ โฉนดที่ดินของโจทก์จึงออกทับที่เขาเป็นการไม่ชอบที่โจทก์นำสืบว่านายประสิทธิ์ เพียรทอง กับพวกเคยร้องเรียนว่าโจทก์ออกโฉนดเลขที่12246 ทับที่ภูเขาอธิบดีกรมที่ดินได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว ชี้ขาดว่าการออกโฉนดเป็นไปโดยชอบด้วยระเบียบและขั้นตอนของกฎหมายตามเอกสารหมายจ.11 นั้น อาจเป็นการรับฟังข้อเท็จจริงมาผิดพลาดและไม่ผูกพันให้ศาลต้องฟังว่าที่ดินพิพาทไม่ใช่ที่เขาด้วย ที่ดินพิพาทจึงเป็นที่เขาและเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน โจทก์ออกโฉนดทับที่ดินพิพาทจึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นคดีนี้ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินเมื่อฟังว่าที่ดินพิพาทไม่ใช่ของโจทก์และเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน โจทก์ย่อมขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาทไม่ได้พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นายสอาด หมวดเอี่ยม
จำเลย - นายสัมฤทธิ์ ยุทธชัย กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 1304, ม. 1305
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 55, ม. 87, ม. 104
ประมวลกฎหมายที่ดิน — ม. 56
พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 — ม. 15
กฎกระทรวง ฉบับที่ 5 (พ.ศ.2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497
องค์คณะ
เสรี แสงศิลป์
ทวี กสิยพงศ์
สวัสดิ์ รอดเจริญ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา