ฎีกา ปี พ.ศ. 2534
ฎีกาที่ 4245/2534
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ในชั้นการตรวจคำขอรับชำระหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจสอบสวนเรื่องหนี้สินแล้วทำความเห็นส่งสำนวนต่อศาล การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้เลื่อนการนำพยานมาให้สอบสวนและมีคำสั่งยกคำร้องที่ขออนุญาตนำพยานหลักฐานมาให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนใหม่ เป็นการกระทำในขั้นตอนของการสอบสวนตรวจคำขอรับชำระหนี้เท่านั้น และยังไม่เป็นการแน่นอนว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะทำความเห็นควรให้ยกคำขอรับชำระหนี้นั้นหรือไม่ต่อมาหากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทำความเห็นควรอนุญาตหรือให้ยกคำขอรับชำระหนี้ด้วยเหตุใดก็ตาม ลำพังความเห็นดังกล่าวก็หามีผลบังคับแต่อย่างใดไม่ ศาลอาจวินิจฉัยยกหรือมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นได้ คำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดังกล่าวข้างต้นจึงยังไม่เป็นการกระทำหรือเป็นคำวินิจฉัยที่ทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหาย ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 146.
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2531 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้นัดสอบสวนพยานหลักฐานประกอบคำขอรับชำระหนี้ของผู้ร้อง เนื่องจากพยานติดธุระ ผู้ร้องจึงได้ยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ขอเลื่อนวันนัดสอบสวนออกไปเป็นวันที่13 พฤษภาคม 2531 แต่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้มีคำสั่งให้ยกคำร้องต่อมาวันที่ 25 เมษายน 2531 ผู้ร้องจึงได้ยื่นคำร้องขออนุญาตนำพยานหลักฐานมาให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้มีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องอีก ทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหาย ขอให้มีคำสั่งกลับคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการสอบสวนพยานหลักฐานประกอบคำขอรับชำระหนี้ของผู้ร้องต่อไปเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ได้ยื่นคำคัดค้านศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า กรณีเป็นเรื่องชั้นการตรวจคำขอรับชำระหนี้ ซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจสอบสวนในคดีเรื่องหนี้สิน แล้วทำความเห็นส่งสำนวน เรื่องหนี้สินที่ขอรับชำระหนี้ต่อศาล ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 105บัญญัติไว้ การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ผู้ร้องเลื่อนการนำพยานมาให้สอบสวน และมีคำสั่งยกคำร้องที่ขออนุญาตนำพยานหลักฐานมาให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนใหม่ ย่อมเป็นการกระทำในขั้นตอนของการสอบสวนตรวจคำขอรับชำระหนี้เท่านั้นและยังไม่เป็นการแน่นอนว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะทำความเห็นควรให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของผู้ร้อง ซึ่งแม้ต่อมาหากปรากฏว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทำความเห็นควรอนุญาตหรือให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของผู้ร้องเสียด้วยเหตุใดก็ตาม ลำพังความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดังกล่าวก็หามีผลบังคับแต่อย่างใดไม่เนื่องจากศาลอาจวินิจฉัยยกหรือมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นได้ คำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดังกล่าวข้างต้นจึงยังไม่เป็นการกระทำหรือคำวินิจฉัยที่ทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 146 ผู้ร้องจึงยังไม่มีสิทธิที่จะยื่นคำร้องให้ศาลสั่งกลับคำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในชั้นนี้ ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน.
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - ธนาคาร สยาม จำกัด
ผู้ร้อง - ธนาคาร สยาม จำกัด เจ้าหนี้ ราย ที่ 2
จำเลย - นาย ประภากร ธุระมน วงศ์ - กฎหมายที่อ้าง
- พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 — ม. 105, ม. 146
- องค์คณะ
- ยงยุทธ ธารีสาร
สวิน อักขรายุธ
จรัส อุดมวรชาติ
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา