ฎีกา ปี พ.ศ. 2539 แพ่ง
ฎีกาที่ 4252/2539
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
สัญญาซื้อขายรถยนต์ระหว่างโจทก์จำเลยกำหนดให้รับรถภายในเดือนพฤศจิกายน2535จำเลยมีสิทธิที่จะส่งมอบรถยนต์ให้แก่โจทก์ในวันหนึ่งวันใดก็ได้ในช่วงระหว่างเวลาดังกล่าวดังนั้นในช่วงระยะเวลาดังกล่าวสิทธิเรียกร้องเอาเงินมัดจำคืนของโจทก์จึงยังไม่อาจบังคับได้การนับอายุความเพื่อบังคับตามสิทธิเรียกร้องจึงต้องเริ่มนับเมื่อพ้นกำหนดไปแล้วคือเริ่มนับในวันที่1ธันวาคม2535อันเป็นวันที่จำเลยผิดนัดและโจทก์อาจบังคับตามสิทธิเรียกร้องได้และการฟ้องเรียกเอาเงินมัดจำคืนกรณีนี้ไม่มีกฎหมายบัญญัติอายยุความไว้เป็นอย่างอื่นจึงฟ้องได้ภายในกำหนด10ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา193/30
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2535 นางจิมาพร ศรีโภศัยซึ่งเป็นพนักงานขายของจำเลยได้ติดต่อโจทก์ให้ซื้อรถยนต์ของจำเลยโดยโจทก์จะต้องสั่งจองก่อนแล้ว จำเลยจะจัดหารถยนต์รุ่นดังกล่าวให้ได้ภายในไม่เกินเดือนพฤศจิกายน 2535 แต่ต้องจองเป็นเงิน 20,000 บาท โจทก์ตกลงและชำระเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่จำเลยในวันดังกล่าว ต่อมาโจทก์ได้ติดต่อขอรับรถยนต์ดังกล่าว พนักงานฝ่ายขายของจำเลยแจ้งว่า จำเลยยังไม่มีรถยนต์ตามที่สั่งจองไว้จะกระทั่งเกินกำหนดที่ได้ตกลงกันไว้ ซึ่งเป็นการผิดสัญญาต่อมาปลายเดือนธันวาคม 2535 จำเลยยังไม่สามารถส่งรถยนต์ที่โจทก์สั่งจองได้โจทก์จึงซื้อรถยนต์ที่บริษัทอื่นและขอเงินมัดจำคืน แต่จำเลยไม่ยอมคืน โจทก์ได้รับความเสียหายคือ เงินค่ามัดจำจองรถยนต์ 20,000 บาท โจทก์คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่จำเลยผิดนัด คือ วันที่ 30พฤศจิกายน 2535 จนถึงวันฟ้องเป็นเวลา 2 ปี เป็นเงินดอกเบี้ย3,000 บาท รวมเป็นเงิน 23,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 23,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีในต้นเงิน 20,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า ตามใบรับเงินจองระบุว่า กำหนดรับรถยนต์ภายในเดือนพฤศจิกายน 2535 โจทก์อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้นับแต่วันที่ 8 กันยายน 2535 แต่โจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2537คดีจึงขาดอายุความ 2 ปี ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน20,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่1 ธันวาคม 2535 ซึ่งเป็นวันที่จำเลยผิดนัดจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยฎีกาเฉพาะข้อกฎหมายเพียงประการเดียวว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความ เพราะตามใบรับเงินจองรถยนต์เอกสารหมาย จ.2 ระบุว่ากำหนดรับรถภายในเดือนพฤศจิกายน 2535มิใช่ระบุว่ากำหนดรบรถตั้งแต่หรือนับแต่พฤศจิกายน 2535 ดังนั้นกำหนดรับรถจึงนับแต่วันที่ 8 กันยายน 2535 อันเป็นวันถัดจากวันที่จำเลยรับเงินจองจนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2535 ขณะที่โจทก์อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้จึงเรียกร้องได้จึงเริ่มนับแต่วันที่ 8 กันยายน 2535 อายุความเริ่มนับแต่วันที่ 8 กันยายน 2535และเงินมัดจำเป็นส่วนอุปกรณ์ของการซื้อขายจึงมีกำหนดอายุความเท่ากัน2 ปี โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2537 จึงขาดอายุความแล้ว ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า กำหนดรับรถภายในเดือนพฤศจิกายน2535 ตามใบรับเงินจองรถยนต์เอกสารหมาย จ.2 นั้น เป็นช่วงระยะเวลาที่จำเลยมีสิทธิที่จะส่งมอบรถยนต์ตามใบรับเงินจองให้แก่โจทก์ในวันหนึ่งวันใดก็ได้ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว จำเลยยังมิได้ละเลยไม่ชำระหนี้ โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินมัดจำค่ารถยนต์คืนจากจำเลย ดังนั้นในช่วงระยะเวลาดังกล่าวสิทธิเรียกร้องเอาเงินมัดจำคืนของโจทก์จึงยังไม่อาจบังคับได้ การนับอายุความเพื่อบังคับตามสิทธิเรียกร้องจึงต้องเริ่มนับเมื่อพ้นกำหนดในเดือนพฤศจิกายน2535 ไปแล้ว คือเริ่มนับในวันที่ 1 ธันวาคม 2535 ไปแล้ว คือเริ่มนับในวันที่ 1 ธันวาคม 2535 อันเป็นวันที่จำเลยผิดนับและโจทก์อาจบังคับตามสิทธิเรียกร้องได้ และการฟ้องเรียกเอาเงินมัดจำคืนกรณีนี้ไม่มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้เป็นอย่างอื่นจึงฟ้องได้ภายในกำหนด 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้วพิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นาย เริงพันธ์ ขันธะชวนะ
จำเลย - บริษัท สยามอินเตอร์เนชั่นแนลคอร์ปอเรชั่น จำกัด - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 193/12, ม. 193/30
- องค์คณะ
- อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ
จเร อำนวนวัฒนา
อรุณ น้าประเสริฐ
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา