ฎีกา ปี พ.ศ. 2534 อาญา
ฎีกาที่ 4268/2534
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
พระราชบัญญัติเป็นกฎหมายในส่วนอาญาซึ่งประมวลกฎหมายอาญามาตรา 17 บัญญัติว่า บทบัญญัติในภาค 2 แห่งประมวลกฎหมายอาญาใช้ในกรณีแห่งความผิดตามกฎหมายอื่นด้วย ดังนั้น คำว่า"ผู้ใดออกเช็ค" ตามพระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรา 3 จึงมิได้มีความหมายเฉพาะผู้ออกเช็คในฐานะผู้สั่งจ่ายเท่านั้นที่จะเป็นผู้กระทำความผิดได้ บุคคลอื่นแม้มิใช่ผู้สั่งจ่ายก็อาจร่วมกระทำความผิดกับผู้ออกเช็คโดยเป็นตัวการร่วมกันตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ได้ โจทก์ฟ้องคดีนี้ว่าจำเลยที่ 4 ร่วมกันสั่งจ่ายเช็คกับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 เพื่อชำระหนี้ในการซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและเครื่องจักรแม้จำเลยที่ 4 จะเป็นผู้สลักหลังเช็คมิใช่ผู้สั่งจ่ายเช็ค แต่ตามพฤติการณ์ถือได้ว่าจำเลยที่ 4 เป็นตัวการร่วมกับจำเลยที่ 2 ที่ 3 กรรมการบริษัทจำเลยที่ 1 ออกเช็คของบริษัทจำเลยที่ 1 เพื่อชำระหนี้นั้น เมื่อธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยที่ 4 จึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คด้วย
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นบริษัทจำกัด มีจำเลยที่ 2-4 เป็นกรรมการโดยจำเลยที่ 4 ลงชื่อผู้เดียวหรือจำเลยที่ 2 และที่ 3ร่วมกันลงชื่อและประทับตราของบริษัทกระทำการแทนจำเลยที่ 1 ได้จำเลยทั้งสี่ได้ร่วมกันออกเช็คธนาคารกสิกรไทยลงวันที่ 5กันยายน 2525 จำนวนเงิน 1,500,000 บาท โดยจำเลยที่ 2 และที่ 3ร่วมกันในฐานะส่วนตัวและในฐานะกรรมการลงลายมือชื่อสั่งจ่ายและประทับตราจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 4 ร่วมกันกับจำเลยที่ 1ถึงที่ 3 โดยเป็นผู้สลักหลังเช็คดังกล่าว และได้ร่วมกันมอบเช็คให้แก่ผู้มีชื่อเป็นการชำระหนี้ ต่อมาผู้มีชื่อโอนเช็คฉบับพิพาทให้ไว้แก่โจทก์เพื่อชำระหนี้ เมื่อเช็คถึงกำหนดธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราวสำหรับจำเลยที่ 1-3จำเลยที่ 4 ให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 4โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยที่ 4 มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497มาตรา 3 ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 1 ปีจำเลยที่ 4 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่าตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 ที่จำเลยที่ 4 อ้างนั้นเป็นกฎหมายในส่วนอาญา ซึ่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 17 บัญญัติว่าบทบัญญัติในภาค 2 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ใช้ในกรณีแห่งความผิดตามกฎหมายอื่นด้วย ดังนั้นคำว่า "ผู้ใดออกเช็ค" ตามพระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรา 3 จึงมิได้มีความหมายเฉพาะผู้ออกเช็คในฐานะผู้สั่งจ่ายเท่านั้นที่จะเป็นผู้กระทำความผิดได้ บุคคลอื่นแม้มิใช่ผู้สั่งจ่ายก็อาจร่วมกระทำความผิดกับผู้ออกเช็คโดยเป็นตัวการร่วมกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ได้ สำหรับคดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 4 ร่วมกันสั่งจ่ายเช็คกับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3เพื่อชำระหนี้ในการซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและเครื่องจักรจากบริษัทโรงงานอุตสาหกรรมปลาป่นท่าข้าม จำกัด แม้จำเลยที่ 4จะเป็นผู้สลักหลังเช็คฉบับเอกสารหมาย จ.5 มิใช่ผู้สั่งจ่ายเช็ค แต่ตามพฤติการณ์ดังที่วินิจฉัยมาแล้วถือได้ว่าจำเลยที่ 4 เป็นตัวการร่วมกับจำเลยที่ 2 ที่ 3 ออกเช็คของบริษัทจำเลยที่ 1เพื่อชำระหนี้นั้น เมื่อธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินจึงถือได้ว่า จำเลยที่ 4 ออกเช็คโดยมีเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คและห้ามธนาคารไม่ให้ใช้เงินตามเช็คโดยเจตนาทุจริตแล้วจำเลยที่ 4 จึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นาย เกว๋งเจ็ง แซ่จิว
จำเลย - บริษัท สหรัฐ กิต อินเตอร์เนชั่นแนลอิมปอร์ต - เอกซ์ปอร์ต
จำเลย - จำกัด กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 17, ม. 83
พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 — ม. 3 - องค์คณะ
- วินัย กันนะ
ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล
ราเชนทร์ จัมปาสุต
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา