ฎีกา ปี พ.ศ. 2534 แพ่งและอาญา
ฎีกาที่ 4273 - 4274/2534
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
โจทก์เคยฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาในความผิดฐานปลอมเอกสาร เมื่อคดีอาญาดังกล่าวถึงที่สุดโดยศาลฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยมิได้ปลอมเอกสาร ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งที่ว่าจำเลยได้ปลอมเอกสารหรือไม่ ซึ่งเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา โจทก์จึงต้องผูกพันตามคำพิพากษาดังกล่าว
คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาหากข้อเท็จจริงไม่ปรากฏผลของคดีในส่วนอาญาว่าเป็นประการใด ศาลจะต้องวินิจฉัยข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏจากพยานหลักฐานในสำนวน
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งห้าร่วมกันทำละเมิดต่อโจทก์โดยร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิมีข้อความเป็นเท็จแล้วนำสืบอ้างเป็นพยานต่อศาล และร่วมกันอ้างและนำสืบจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 อันเป็นการอ้างและนำสืบพยานบุคคลอันเป็นเท็จในคดีหมายเลขแดงที่ 4198/2523 ของศาลชั้นต้น นอกจากนี้จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ได้เบิกความเป็นพยานในคดีดังกล่าวอันเป็นเท็จในประเด็นสำคัญด้วย จากการกระทำของจำเลยทั้งห้าทำให้ศาลชั้นต้นและศาลฎีกาหลงเชื่อพิพากษาให้โจทก์แพ้คดี โจทก์ได้รับความเสียหายจากการกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 เป็นเงิน188,214,576.33 บาท จากการกระทำของจำเลยที่ 4 และที่ 5 เป็นเงิน 191,842,765.14 บาทขอให้จำเลยทั้งห้าใช้ค่าเสียหายดังกล่าวแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย
จำเลยทั้งห้าให้การว่า เอกสารตามฟ้องเป็นเอกสารที่แท้จริงและถูกต้อง จำเลยที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 เบิกความไปตามความเป็นจริง มิได้ทำละเมิดต่อโจทก์ ฟ้องโจทก์ขาดอายุความเป็นฟ้องซ้ำ และดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ได้ฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ตามคดีหมายเลขดำที่ 17361/2525 และฟ้องจำเลยที่ 4 และที่ 5 ตามคดีหมายเลขดำที่ 12077/2526 ต่อศาลอาญาในข้อหานำสืบแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ เบิกความเท็จ ปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารปลอมดังนั้นในการพิจารณาคดีส่วนแพ่งที่ว่าจำเลยทั้งห้าได้ร่วมกันปลอมเอกสารหรือไม่ ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 46 แต่ข้อเท็จจริงในสำนวนคงปรากฏผลเฉพาะคดีหมายเลขดำที่ 17361/2525 เท่านั้นว่าคดีถึงที่สุดโดยศาลฟังข้อเท็จจริงว่าเอกสารดังกล่าวมิใช่เอกสารปลอม คดีสำหรับจำเลยที่ 1 ที่ 2และที่ 3 โจทก์จึงผูกพันตามคำพิพากษาในคดีส่วนอาญาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 มิได้ปลอมเอกสาร ส่วนคดีหมายเลขดำที่ 12077/2526 ไม่ปรากฏผลของคดีเป็นประการใด จึงต้องรับฟังข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากพยานหลักฐานในสำนวน แล้ววินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า พยานหลักฐานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งห้ากระทำละเมิดต่อโจทก์
พิพากษายืน.
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ กรุงเทพเคหะ จำกัด
จำเลย - นายชัยกิจ ดีสมโชค กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 420
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 46, ม. 47 - องค์คณะ
- พรชัย สมรรถเวช
ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ - ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
- ศาลแพ่ง - นายอุดม เฟื่องฟุ้ง
ศาลอุทธรณ์ - นายมนู วงศ์แสงจันทร์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา