ฎีกา ปี พ.ศ. 2529 อาญา
ฎีกาที่ 4282/2529
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
การที่ผู้ประกันยื่นคำร้องแจ้งให้ศาลชั้นต้นทราบว่า จำเลยซึ่งศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยมีประกันถูกศาลชั้นต้นนั้นพิพากษาให้จำคุกในอีกคดีหนึ่ง และตัวจำเลยถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ถือได้ว่าผู้ประกันได้ส่งมอบตัวจำเลยต่อศาลชั้นต้นแล้ว และการที่ศาลชั้นต้นนั้นสั่งเบิกคืนหลักประกันให้ผู้ประกันในวันเดียวกันนั้นเอง ก็เป็นการที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ประกันถอนประกันจำเลยแล้ว มิฉะนั้นศาลชั้นต้นคงไม่ยินยอมให้เบิกคืนหลักประกันที่ให้ไว้ไปได้
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานพยายามฆ่าและศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว โดยมี อ. เป็นผู้ประกัน ต่อมาผู้ประกันยื่นคำร้องขอถอนประกันจำเลยและขอรับหลักทรัพย์คืนโดยแจ้งว่าจำเลยถูกศาลชั้นต้นนั้นพิพากษาให้จำคุกในอึกคดีหนึ่งและกำลังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ซึ่งศาลชั้นต้นก็สั่งให้เบิกคืนหลักประกันให้ผู้ประกันรับไปแล้วในวันเดียวกัน หลังจากนั้นศาลชั้นต้นคงดำเนินกระบวนพิจารณาต่อมาอีกหลายนัดจนถึงวันนัดสืบพยานจำเลย จำเลยและผู้ประกันไม่มาศาล ศาลชั้นต้นเชื่อว่าจำเลยหลบหนี จึงออกหมายจับจำเลยและสั่งปรับผู้ประกันตามสัญญา
ผู้ประกันอุทธรณ์ซ่า ผู้ประกันพ้นความผูกพันตามสัญญาประกันต่อศาลแล้วขอให้ยกคำสั่ง
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ปรับผู้ประกัน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ภายหลังจำเลยได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวแล้ว จำเลยมาศาลตามนัดหมายเสมอมา ครั้นเมื่อจำเลยถูกศาลชั้นต้นศาลเดียวกันพิพากษาให้จำคุก ผู้ประกันก็ได้มายื่นคำร้อง ฉบับลงวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๒๗ ให้ศาลทราบเพื่อขอถอนประกันและหลักประกันคืนจากศาล ศาลสั่งให้เบิกคืนในวันเดียวกันและผู้ประกันได้รับหลักประกันคืนไปแล้ว หลังจากนั้นผู้ประกันไม่ได้มาศาลและทราบวันนัดอีก ศาลชั้นต้นคงดำเนินกระบวนพิจารณาต่อมาอีกหลายนัด โดยไม่เคยแจ้งให้ผู้ประกันนำตัวจำเลยมาส่งศาล จนถึงวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๒๗ อันเป็นวันนัดสืบพยานจำเลย เมื่อปรากฏว่าทนายจำเลยแถลงว่าจำเลยป่วยมาศาลไม่ได้ ศาลชั้นต้นจึงสั่งปรับนายประกัน ดังนี้จึงเห็นว่าการที่จำเลยไม่มาศาลในวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๒๗ ไม่ใช่เรื่องที่ผู้ประกันมีหน้าที่ต้องส่งตัวตามคำสั่งศาล เพราก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๒๗ ผู้ประกันได้ยื่นคำร้องแจ้งให้ทราบแล้วว่าจำเลยถูกศาลชั้นต้นนั้นพิพากษาให้จำคุก ๖ เดือนในอีกคดีหนึ่ง และตัวจำเลยถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจังหวัดฉะเชิงเทราเท่านั้น ถือได้ว่าผู้ประกันได้ส่งมอบตัวจำเลยต่อศาลชั้นต้นแล้ว ซึ่งศาลชั้นต้นได้รับทราบและสั่งเบิกคืนหลักประกันให้ผู้ประกันในวันเดียวกันนั้นเอง เป็นการที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ประกันถอนประกันจำเลยในคดีนี้แล้ว มิฉะนั้นคงไม่ยินยอมให้เบิกคืนหลักประกันที่ให้ไว้ไปได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ปรับผู้ประกันศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา
ผู้ประกัน - ร้อยเอกอุชิน วิเศษกุล
จำเลย - นายเลียบ เปลี่ยนวงศ์ - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 116, ม. 119
- องค์คณะ
- สุพจน์ นาถะพินธุ
มาโนช เพียรสนอง
สีนวล คงลาภ - ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
- ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา
ศาลอุทธรณ์ - นายอุไร คังคะเกตุ
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา