ฎีกา ปี พ.ศ. 2534 แพ่ง
ฎีกาที่ 4297/2534
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
วันนัดสืบพยานจำเลยซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อน จำเลยมาศาล ส่วนโจทก์ไม่ได้ไปศาลเจ้าของคดีตามนัด แต่โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีต่อศาลแพ่งอันเป็นศาลที่โจทก์และทนายโจทก์มีภูมิลำเนาอยู่ อ้างเหตุว่าทนายโจทก์ป่วยโดยมีใบรับรองแพทย์และความเห็นของแพทย์แนบไปด้วยศาลแพ่งจึงสั่งให้โจทก์เลื่อนคดีและได้แจ้งให้ศาลเจ้าของคดีทราบอันเป็นกระบวนพิจารณาที่ศาลแพ่งมีอำนาจทำได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 10 ดังนี้ เป็นกรณีที่โจทก์ได้ร้องขอเลื่อนคดีหรือแจ้งเหตุขัดข้องที่ไม่ไปศาลเสียก่อนลงมือสืบพยานไม่ถือว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 197 วรรคสอง แม้โจทก์มิได้ยื่นบัญชีระบุพยานไว้ก่อนวันสืบพยาน 3 วันก็ตาม เมื่อปรากฏว่าศาลเจ้าของคดีสั่งว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาก่อนทราบคำสั่งของศาลแพ่งดังกล่าว จึงเป็นการสั่งไปโดยผิดหลง ศาลเจ้าของคดีมีอำนาจสั่งเพิกถอนคำสั่งนั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27.
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ในฐานะผู้ค้ำประกันได้ชำระหนี้แทนจำเลยโจทก์จึงเป็นผู้รับช่วงสิทธิมีสิทธิไล่เบี้ยเอาเงินที่โจทก์ชำระแทนจำเลยได้ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 132,177.70 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า โจทก์กับนายพูนสินเป็นเจ้าของร้านเบต้าเมนูแฟคเจอริ่งได้ตกลงกันให้จำเลยเป็นเจ้าของร้านดังกล่าวแทน โดยให้จำเลยเป็นผู้ทำสัญญากู้เงินจากธนาคารแทนและให้โจทก์เป็นผู้ค้ำประกันจำเลยจึงทำสัญญากู้ในนามนายพูนสิน จำเลยจึงเป็นเพียงตัวแทนของนายพูนสิน ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้น พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 108,639.21 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับปัญหาที่ว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาในวันที่ 23 พฤษภาคม 2529 และให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ชอบด้วยวิธีพิจารณาหรือไม่นั้น เห็นว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 197 วรรคสอง บัญญัติว่า"ถ้าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มาศาลในวันสืบพยาน และมิได้ร้องขอเลื่อนคดีหรือแจ้งเหตุขัดข้องที่ไม่มาศาลเสียก่อนลงมือสืบพยานให้ถือว่าคู่ความฝ่ายนั้นขาดนัดพิจารณา" ในคดีนี้แม้โจทก์จะไม่ได้ไปศาลเจ้าของคดี แต่โจทก์ก็ได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีต่อศาลแพ่งอันเป็นศาลที่โจทก์และทนายโจทก์มีภูมิลำเนาอยู่ อ้างเหตุว่าทนายโจทก์ป่วยโดยมีใบรับรองแพทย์และความเห็นของแพทย์แนบไปด้วย ศาลแพ่งจึงสั่งอนุญาตให้โจทก์เลื่อนคดีและได้แจ้งให้ศาลเจ้าของคดีทราบอันเป็นกระบวนพิจารณาที่ศาลแพ่งมีอำนาจทำได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 10 จึงเป็นกรณีที่โจทก์ได้ร้องขอเลื่อนคดีหรือแจ้งเหตุขัดข้องที่ไม่ไปศาลเสียก่อนลงาือสืบพยานแล้ว จึงไม่ถือว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา197 วรรคสอง แม้โจทก์จะมิได้ยื่นบัญชีระบุพยานไว้ก่อนวันสืบพยาน3 วัน ตามกฎหมายด้วยก็ตาม ที่ศาลชั้นต้นสั่งว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาก่อนทราบคำสั่งของศาลแพ่งที่อนุญาตให้โจทก์เลื่อนคดีนั้นจึงเป็นการสั่งไปโดยผิดหลง ศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งเพิกถอนคำสั่งที่ผิดหลงนั้นเสียได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ส่วนปัญหาที่ว่าทนายโจทก์ป่วยจริงหรือไม่นั้น เมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่าคำร้องของโจทก์ที่ขอเลื่อนคดีต่อศาลแพ่งจนศาลแพ่งอนุญาตให้เลื่อนคดีแล้วนั้นมีหลักฐานเชื่อถือได้ ศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจใช้ดุลพินิจสั่งให้งดไต่สวนเสียได้ คำสั่งของศาลชั้นต้นจึงชอบด้วยกระบวนพิจารณาแล้วพิพากษายืน.
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นาง ระเบียบ พุ่มพิเชฎฐ์
จำเลย - นางสาว ประมัย พรหมมารัตน์ - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 10, ม. 27, ม. 197 วรรคสอง
- องค์คณะ
- เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์
ชุม สุกแสงเปล่ง
พินิจ ฉิมพาลี
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา