ฎีกา ปี พ.ศ. 2528 แพ่ง

ฎีกาที่ 4306/2528

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ในคดีที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนฟังข้อเท็จจริงจากโจทก์จำเลยและผู้เกี่ยวข้องและมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดีหากศาลฎีกาพิจารณาเห็นว่าข้อเท็จจริงในคดีมีเพียงพอที่ศาลจะวินิจฉัยได้แล้วไม่จำเป็นต้องฟังข้อเท็จจริงต่อไปศาลฎีกาย่อมมีอำนาจที่จะวินิจฉัยคดีไปได้ จำเลยกับธนาคาร ท. ทำหนังสือสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องค่าจ้างตามสัญญาจ้างทำงานที่สามารถปรับราคาค่าจ้างได้โดยระบุให้โอนสิทธิเรียกร้องที่จำเลยมีอยู่กับผู้คัดค้านทั้งหมดหรือประจำงวดที่ 1-10 ให้ธนาคาร ท.และได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้คัดค้านทราบว่าได้ตกลงโอนสิทธิเรียกร้องทั้งหมดผู้คัดค้านได้รับทราบการโอนสิทธิเรียกร้องระหว่างจำเลยกับธนาคารท. แล้วดังนี้แม้สัญญาโอนสิทธิเรียกร้องและหนังสือแจ้งการโอนสิทธิเรียกร้องจะกล่าวถึงเฉพาะเงินค่าจ้างทั้ง10 งวดตามสัญญาเพราะเป็นยอดเงินค่าจ้างที่แน่นอนส่วนค่าจ้างที่สามารถปรับราคาได้มิได้ระบุลงไว้เนื่องจากขณะโอนสิทธิเรียกร้องยังไม่ทราบว่าจะมีอยู่หรือไม่เพียงใดสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องที่ระบุถึงสิทธิเรียกร้องทั้งหมดย่อมต้องหมายความรวมถึงค่าจ้างที่สามารถปรับราคาได้ด้วย การที่ผู้คัดค้านเคยส่งเงินค่าจ้างที่สามารถปรับราคาได้ตามสัญญาจ้างรายนี้มายังเจ้าพนักงานบังคับคดีตามที่ได้แจ้งอายัดครั้งหนึ่งแล้วก็มิได้หมายความว่าผู้คัดค้านจะเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติในครั้งต่อไปไม่ได้เมื่อเห็นว่าการเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติต้องตามความประสงค์ของคู่กรณีที่ให้มีการโอนสิทธิเรียกร้องต่อกันยิ่งกว่า

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้จำเลยตามคำพิพากษายื่นคำร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินค่าจ้างที่สามารถปรับราคาได้และรอการจ่ายซึ่งจำเลยมีสิทธิจะได้รับจากกองทัพอากาศผู้คัดค้านเป็นเงิน 2,246,781 บาท แต่ผู้คัดค้านขัดข้องแจ้งว่าจำเลยได้รับโอนสิทธิเรียกร้องอันมีต่อกองทัพอากาศให้ธนาคารทหารไทยจำกัดไปแล้ว โจทก์เห็นว่าตามหนังสือโอนสิทธิเรียกร้องระบุให้โอนเงินตามสัญญาเพียง 65,328,912 บาทมิได้กล่าวถึงค่าจ้างที่สามารถปรับราคาได้แต่อย่างใด จึงขอให้ศาลมีหนังสือแจ้งไปยังกองทัพอากาศให้ส่งเงินจำนวน 2,246,781 บาท มายังศาลชั้นต้นหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยได้โอนสิทธิเรียกร้องอันมีต่อกองทัพอากาศให้แก่ธนาคารทหารไทย จำกัด ทั้งหมดแล้ว ศาลจะให้กองทัพอากาศส่งเงินมายังศาลตามคำร้องไม่ได้ ให้ยกคำร้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า รายละเอียดเกี่ยวกับหนังสือโอนสิทธิเรียกร้องและการปฏิบัติของบุคคลที่เกี่ยวข้อง ยังไม่พอฟังเป็นอย่างหนึ่งอย่างใด สมควรฟังข้อเท็จจริงจากโจทก์จำเลยและผู้ที่เกี่ยวข้อง พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดีผู้คัดค้านฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยในปัญหาเกี่ยวกับกรณีมีเหตุที่จะต้องฟังข้อเท็จจริงต่อไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ว่า คดีนี้พิพาทกันว่าการโอนสิทธิเรียกร้องตามสัญญาระหว่างจำเลยกับธนาคารทหารไทย จำกัด มีอยู่เพียงใดเท่านั้น โดยข้อเท็จจริงฟังได้ว่ากองทัพอากาศมีหนี้ที่จะต้องชำระให้แก่จำเลยตามสัญญาจ้างทำงานฉบับที่ 117/2521ลงวันที่ 27 กันยายน 2521 หนี้ตามสัญญาได้โอนไปให้ธนาคารทหารไทย จำกัด เป็นผู้รับแทนจำเลยแล้ว ซึ่งจำนวนเงินทั้งสิ้นตามสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องอ้างถึงสัญญาจ้างทำงานและโดยสัญญาจ้างทำงานนี้ นอกจากจำนวนเงินตามงวดทั้ง 10 งวดที่ระบุไว้ในสัญญา ยังมีจำนวนเงินค่าจ้างที่สามารถปรับราคาได้อยู่อีกจำนวนหนึ่งที่ยังมิได้ระบุไว้แน่นอน แต่ในที่สุดก็ฟังว่าค่าจ้างที่สามารถปรับราคาได้นี้มีอยู่แน่นอนแล้ว ซึ่งผู้คัดค้านเคยส่งต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีมาแล้วจำนวนหนึ่งและจำนสวนพิพาทกันนี้ ผู้คัดค้านขัดข้องไม่ยอมส่งตามหนังสืออายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดี โดยอ้างข้อตกลงในหนังสือสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องระหว่างจำเลยกับธนาคารทหารไทย จำกัด เป็นข้อต่อสู้ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติดังกล่าว การที่จะวินิจฉัยว่าเงินค่าจ้างที่ปรับราคาได้ตามที่พิพาทกันนี้ได้โอนไปเป้นของธนาคารทหารไทย จำกัด หรือไม่ จึงมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลจะวินิจฉัยได้แล้ว ไม่จำต้องฟังข้อเท็จจริงต่อไปในปัญาที่ว่าค่าจ้างที่ปรับราคาได้ตามที่พิพาทกันนี้ได้โอนไปเป็นของธนาคารทหารไทย จำกัด แล้วหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยกับธนาคารทหารไทยจำกัด ได้ทำหนังสือสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องโดยระบุว่า จำเลยโดยสิทธิเรียกร้องที่มีอยู่กับผู้คัดค้านทั้งหมดหรือประจำงวดที่ 1-10 ให้แก่ธนาคาร และในวันเดียวกันนั้นจำเลยกับธนาคารทหารไทย จำกัด ก็ได้แจ้งให้ผู้คัดค้านทราบโดยยืนยันว่าได้ตกลงโอนสิทธิเรียกร้องทั้งหมดด้วย ที่สัญญาโอนสิทธิเรียกร้องระหว่างจำเลยกับธนาคารทหารไทยจำกัดและหนังสือแจ้งการโอนสิทธิเรียกร้องที่จำเลยกับธนาคารทหารไทย จำกัด กล่าวถึงเงินค่าจ้างทั้ง 10 งวดไว้ เพราะเป็นยอดเงินค่าจ้างที่แน่นอนซึ่งต้องชำระกันตามสัญญาจ้างทำงานระหว่างจำเลยกับผู้คัดค้าน ส่วนค่าจ้างที่สามารถปรับราคาได้ยังไม่ทราบจำนวนที่แน่นอน เนื่องจากขณะโอนสิทธิเรียกร้องยังไม่ถึงเวลาเริ่มลงมือทำงานย่อมไม่มีทางจะทราบได้ว่าจะมีค่าจ้างที่สามารถปรับราคาได้อยู่เพียงใดหรือไม่ ที่สัญญาโอนสิทธิเรียกร้องระบุถึงสิทธิเรียกร้องทั้งหมด จึงต้องหมายความรวมถึงค่าจ้างที่สามารถปรับราคาได้ด้วย การที่ผู้คัดค้านเคยส่งเงินค่าจ้างที่สามารถปรับราคาได้ตามสัญญาจ้างทำงานรายนี้มายัง เจ้าพนักงานบังคับคดีที่ได้รับแจ้งอายัดมาครั้งหนึ่งแล้วต่อมาผู้คัดค้านเกิดมีข้อสงสัย เกี่ยวกับกรณีการแปลความมหมายแห่งการโอนสิทธิเรียกร้องระหว่างจำเลยกับธนาคารทหารไทย จำกัด เมื่อผู้คัดค้านได้หารือกรมอัยการและกรมอัยการเห็นว่าสิทธิเรียกร้องทั้งหมดซึ่งรวมถึงเงินค่าจ้างที่สามารถปรับราคาได้ได้โอนไปยังธนาคารทหารไทย จำกัด แล้ว ผู้คัดค้านย่อมเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติได้ เมื่อเห็นว่าต้องตามความประสงค์ของคู่กรณีที่ให้มีการโอนสิทธิเรียกร้องต่อกันยิ่งกว่าพิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำสั่งศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - บริษัทสากลอุปกรณ์ จำกัด
ผู้คัดค้าน - กองทัพอากาศ
จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดภาณุมาศ กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 303, ม. 306, ม. 368, ม. 587
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 104, ม. 243, ม. 247, ม. 311, ม. 314
องค์คณะ
ประการ กาญจนศูนย์
กิติ บูรพรรณ์
ปชา วรธรรมพินิจ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา